Categories
Article

ILFORD ILFOCOLOR RAPID

พอดี เมื่อต้นเดือนได้เดินทางไปต่างประเทศที่ประเทศใต้หวั่นแล้วตอนแรกเห็นกล้องใช้แล้วทิ้งของ ilford แต่มันเขียนว่าเป็นฟิล์มสี ซื้อมาหนึ่งกล่อง ตอนแรกก็คิดว่าว่า ข้างในคงเป็นฟิล์มสีของฟูจิหรือไม่ก็โกดักแหละมั้ง เพราะตอนนั้นยังไม่คิดว่า ilford จะทำฟิล์มสีออกมา และได้ลองเอามาถ่ายดู ก็คิดว่า ilford ทำฟิล์มเองจริงๆ แต่ก็คิดว่า คงแค่เฉพาะกล้องใช้แล้วทิ้งมั้ง ไม่น่าจะทำเฉพาะฟิล์มออกมา จนเมื่อวันนี้ เห็นข่าวในวงการกล้องฟิล์มลงข่าว และมีรูปเฉพาะแค่ฟิล์มอย่างเดียว ที่เป็นฟิล์มสีตัวใหม่ ของ ilford จริงๆ ลองชมรูปตัวอย่างคร่าวๆได้นะครับ อันนี้ถ่ายเมื่อต้นเดือน ก็ไม่ได้รีวิวอะไร ถ่ายกับไฟสตูดิโอ เพื่อต้องการค่าแสงสีที่นิ่งๆ จะได้เห็นโทนสีที่ชัดเจนว่าเป็นยังไง และสแกนโดยไม่มีการปรับสีแต่อย่างใด จะเป็นค่า default เดิมๆของเครื่องสแกน (ซึ่งเครื่องสแกนเหมือนจะติดเขียวหน่อยๆน่ะครับ)

Shooting Equipment

  • Nikon FM2 + AF NIKKOR 50mm f/1.8D

Scan by Fuji Frontier SP-500

ที่มาข่าว Credit https://www.facebook.com/filmplease

BREAKING: New film “ILFOCOLOR” from IIford

ILFORD just releases ILFOCOLOR COLOR FILM 400 Vintage Tone 35mm.

This new film is not made from motion film and different from the film used in ILFOCOLOR RAPID RETRO.

Coming Soon-First Week In July!

ILFORD เปิดตัวฟิล์มสีใหม่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ตัวแรกที่ปล่อยออกมาให้โทนวินเทจเหมือนฟิล์มยุค 1960 สวยงามมากๆ ครับ

ทางผู้ผลิตแจ้งว่าฟิล์มตัวใหม่นี้ไม่ใช่ฟิล์มหนังและเป็นคนละตัวกับที่ใช้ในกล้องใช้แล้วทิ้ง ILFOCOLOR RAPID RETRO ครับ

ฟิล์มรุ่นใหม่ตัวนี้เตรียมวางจำหน่ายต้นเดือนนี้ครับ และแน่นอนว่า Ilford จะเปิดตัวฟิล์มสีมาเพิ่มอีกหลายตัวครับ ❤️🥰

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มสนใจการถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม สีสันสดใสและความง่ายในการใช้งานคือสิ่งที่หลายคนมองหา วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ ILFORD ILFOCOLOR ซึ่งเป็นฟิล์มสีตัวใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับมือใหม่โดยเฉพาะ

ทำไมควรเลือก ILFORD ILFOCOLOR?

  • ใช้งานง่าย: ฟิล์มตัวนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะให้สีสันที่สดใสและดูดีในทุกภาพ
  • คุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่า: ให้ภาพที่สวยงามโดยไม่ต้องใช้เทคนิคซับซ้อนมาก
  • เหมาะสำหรับการทดลองและเรียนรู้: ช่วยให้เข้าใจการถ่ายภาพสีฟิล์มได้ง่ายขึ้น

ฟิล์ม ILFOCOLOR มีลักษณะเด่นอะไรบ้าง?

  • สีสันสดใส: ให้โทนสีที่สมจริงและสดใส เหมาะกับภาพถ่ายทั่วไป เช่น ทิวทัศน์, ภาพบุคคล หรือภาพสนุกสนาน
  • ความคมชัดดี: ให้รายละเอียดที่ดีในภาพ
  • ใช้งานง่าย: ไม่ต้องตั้งค่าหรือเทคนิคพิเศษมากมาย ก็ได้ภาพสวยแล้ว

วิธีใช้เบื้องต้นสำหรับมือใหม่

  1. เตรียมกล้องฟิล์ม: ใส่ฟิล์ม ILFOCOLOR ให้เรียบร้อย
  2. ถ่ายภาพ: เลือกภาพที่ต้องการ ถ่ายด้วยความระมัดระวัง
  3. ล้างฟิล์ม: ส่งฟิล์มไปล้างในร้านที่เชี่ยวชาญด้านฟิล์มสี เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์
  4. สนุกกับภาพถ่าย: เมื่อได้ภาพแล้ว ลองชมและเรียนรู้จากแต่ละภาพเพื่อพัฒนาฝีมือ

ประวัติความเป็นมาของ ILFORD และเหตุผลที่ทำฟิล์มสี

ILFORD คือหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตฟิล์มและอุปกรณ์ถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงมายาวนาน จากประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1879 โดยเริ่มแรกเน้นผลิตฟิล์มขาวดำและสารเคมีสำหรับการถ่ายภาพ จนกระทั่งในช่วงหลังๆ ได้ขยายสายผลิตภัณฑ์เข้าสู่ฟิล์มสีและเทคโนโลยีการถ่ายภาพอื่นๆ

จุดเริ่มต้นของ ILFORD

ในยุคที่การถ่ายภาพยังเป็นสิ่งใหม่และเป็นที่นิยม ฟิล์มขาวดำของ ILFORD ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากคุณภาพสูง ราคาย่อมเยา และใช้งานง่าย ทำให้กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับช่างภาพมืออาชีพและมือสมัครเล่น

เหตุผลที่ ILFORD ทำฟิล์มสี

เมื่อเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดเปลี่ยนไป การถ่ายภาพสีเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ILFORD จึงตัดสินใจเข้าสู่ตลาดฟิล์มสี เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

เหตุผลสำคัญที่ ILFORD ทำฟิล์มสีคือ:

  • ตอบสนองความต้องการของตลาด: ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ความนิยมของการถ่ายภาพสีเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่รองรับความต้องการนี้
  • ขยายกลุ่มเป้าหมาย: ทำให้ช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นสามารถถ่ายภาพสีได้ง่ายขึ้นและมีคุณภาพสูง
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรม: ILFORD ได้ลงทุนพัฒนาฟิล์มสีที่มีคุณภาพสูงและใช้งานง่าย เช่น ฟิล์มสีสำหรับภาพธรรมชาติ, งานศิลปะ และงานถ่ายภาพทั่วไป

ปัจจุบัน ILFORD เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตฟิล์มคุณภาพสูงทั้งขาวดำและสี ซึ่งยังคงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความสุขและความสร้างสรรค์ของช่างภาพทั่วโลก

Categories
Article

New Fuji 200 vs Kodak Gold 200

ฟิล์มถ่ายรูป Kodak Gold 200 เป็นฟิล์มเนกาทีฟ ความเร็วปานกลางของแสงตอนกลางวัน ให้การผสมผสานที่หลากหลายของความอิ่มตัวในสีที่สดใส เม็ดสีละเอียด มีความคมชัดของภาพสูง มีความไวเล็กน้อย ISO 200 เหมาะสำหรับถ่ายทั่วไป กลางวันก็ได้ เย็นๆก็ดี ถูกพัฒนามาอย่างยาวนาน ให้ภาพคมชัดและสีเหมือนจริงมาก

ฟิล์ม Fuji 200 ยังไม่แน่ชัด เพราะมีรายงานมาว่าการผลิตเป็นคนละแบบกับ Fuji C200 แบบดั้งเดิม และโทนสีออกไปเหมือนกับ Kodak Gold 200 ด้วยครับ ทางเราจึงได้ขอลองพิสูจน์แบบชัดๆตรงๆโดยการถ่ายด้วยกล้องและเลนส์ตัวเดียวกันในสภาพแสงเดียวกันเพื่อลดความเสี่ยงในสภาพแสงที่ไม่นิ่งให้น้อยที่สุดและทำการล้างสแกนพร้อมกัน น้ำยาเครื่องล้างและเครื่องสแกนตัวเดียวกัน แบบไม่ปรับแต่งใด เป็นยังไงไปลองชมกันครับ

สืบเนื่องมาจากได้ข่าวมาว่าเหมือนค่ายฟูจิไม่ได้ทำการผลิตฟิล์มเองแล้วสำหรับตัว Fuji 200 ตัวใหม่ เพราะโทนสีมันออกมาเหมือนกับ Kodak Gold 200 ไม่มีผิด ซึ่งเป็นยังไงลองชมดูครับ

Canon EOS 300 + Canon EF 85mm F/1.8 USM

Fuji 200 (New)

Scan by Fuji Frontier SP 500

Canon EOS 300 + Canon EF 85mm F/1.8 USM

Kodak Gold 200

Scan by Fuji Frontier SP 500

สรุปส่วนตัวแบบคร่าวๆนะครับ จากที่ได้ถ่ายเอง ล้างเอง สแกนเอง โดยใช้เลนส์และกล้องบอดี้ตัวเดียวกัน จัดไฟถ่ายแบบที่เราพยายาม ลดค่าความผิดพลาดอย่างความต่างของแสงให้น้อยที่สุดเท่าที่พอจะทำได้ โดยการถ่ายในสตูดิโอ และสแกนเครื่องสแกนถึง2เครื่อง โดยไม่มีการปรับแสงสีแต่อย่างใด เหมือนฟิล์ม Fuji 200 ตัวใหม่ โทนจะออกไปทางอมเหลืองค่อนข้างจะมากกว่า Kodadk Gold 200 ซะด้วยซ้ำครับ เพราะปกติแล้วถ้าเป็นคาแรคเตอร์ของ Fuji C200 โทนจะไม่ติดเหลืองหรืออมเหลืองขนาดนี้ จะค่อนข้างหนักไปทางเขียวซะมากกว่าด้วยซ้ำครับ

Canon EOS 300 + Canon EF 85mm F/1.8 USM

Scan by Fuji Frontier SP 3000

สังเกตุจากเครื่องสแกน Fuji Frontier SP-500 ที่ตัวSensor ของเครื่องสแกนเครื่องนี้จะติดเขียว เวลาสแกน Kodak Gold 200 เหมือนSensor ของเครื่องสแกนยังกลบคาแรคเตอร์ของตัวฟิล์มไปเลย แต่พอสแกนกับตัว Fuji 200 สรุปคือยังอมเหลือง นั้นก็หมายความว่า Fuji 200 ติดโทนเหลืองค่อนข้างเยอะกว่า Kodak Gold 200 ซะด้วยซ้ำครับ

Canon EOS 300 + Canon EF 85mm F/1.8 USM

Scan by Fuji Frontier SP 500

แต่พอมาสแกนอีกเครื่องเป็น Fuji Frontier SP-3000 รูปค่อนข้างจะเหมือนกันมากจริงๆ เพราะตัวSensor ของเครื่อง SP-3000 เท่าที่ใช้งานมาจะไม่มีติดเขียว แต่จะออกไปทางติดแดงหน่อยๆ ซึ่งก็จะเหมือนกันร้านล้างสแกนฟิล์มร้านอื่นๆอีกหลายๆร้าน ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นปกติตามความเก่าของเครื่องสแกนครับ ซึ่งพอได้ดูรูปบอกเลยเหมือนกันมาก แทบจะไม่ต่าง ถ้าไม่บอกคิดว่าน่าจะเป็นตัวเดียวกันซะด้วยซ้ำ

ดังนั้นเดาว่า Fuji น่าจะไม่ได้ทำการผลิตฟิล์มเองแล้ว(มั้ง) โดยน่าจะจ้างทางKodakผลิตให้แทน เพราะจาก Code ที่ตัว Negativeของฟิล์มFuji เองสังเกตุว่า Codeเปลี่ยนไปจากเดิมที่เป็นรุ่น C200 และกล่องใหม่ก็ไม่มีคำว่า Cแล้ว เป็น Fuji 200 เฉยๆ

Fuji C200

Fuji 200 (NEW)

Categories
Article

Noritsu VS Fuji Frontier

ส่วนตัวสรุปแบบคร่าวๆนะครับ เครื่องสแกน Noritsu จะได้ไฟล์ที่ขนาดใหญ่กว่าและภาพจะไม่ถูกcrop และภาพจะดูคมกว่า ยิ่งเป็นฟิล์มขาวดำ จะยิ่งออกมาดูดำสนิท ต่างกับ Fuji ที่ภาพจะไม่ดำสนิทเท่าไหร่ แต่ Noritsu ภาพจะดูค่อนข้างออกไปทางดิจิตอล จะไม่เหมือน Fuji ที่ยังคงมีความรู้สึกกลิ่นไอของความเป็นฟิล์มกว่าหน่อยๆครับ .. สุดท้ายแล้วแต่ละคนชื่นชอบและการใช้งานนะครับ

Noritsu LS 600

Fuji Frontier SP-500

Noritsu LS 600

Noritsu HS 1800

Film : ฟิล์มหนัง Kodak IMAX 250D

Len : Carl Zeiss 80/2.8 C Planar Synchro Compur

Camera Body : Hasselblad 500c/m

Fuji Frontier SP-3000

Film : ฟิล์มหนัง Kodak IMAX 250D

Len : Carl Zeiss 80/2.8 C Planar Synchro Compur

Camera Body : Hasselblad 500c/m

Categories
Article

Nikon FM2

กล้อง Nikon FM2 เป็นกล้อง pure mechanic ทำงานได้ โดยไม่ต้องพึ่งระบบไฟฟ้า ถ่านที่ใส่มีไว้สำหรับระบบวัดแสงเท่านั้น เป็นกล้องยี่ห้อแรกๆ ที่ทำความเร็วชัตเตอร์ได้ถึง 1/4000 วินาที ซิงค์แฟลชที่ 1/250 วินาที ตัวนี้ม่านเป็นแบบเรียบ เบา พร้อมใช้งาน

กล้องฟิล์มระบบเป็นกลไกล ที่ดีและทันสมัยที่สุด กล้องที่ถือว่าอยู่ในจุดสูงสุดที่กล้องกลไกลจะทำได้ ในยุคนั้น FM2 ถือว่าเป็นกล้องที่โปรกล้องหลายๆ คนต้องมีใช้ ด้วยความเร็ว Speed Shutter สูงสุดที่ 1/4000 วินาที ที่ไม่มีกล้องกลไกลตัวไหนทำได้ เนื่องจากการออกแบบ ม่านชัตเตอร์ให้เปิดปิดในแนวตั้ง นับว่าเป็น นวัตกรรมใหม่ ที่เป็นต้นฉบับของกล้อง Nikonในปัจจุบันเลยทีเดียว FM2 เป็นกล้องที่ใช้งานที่ หลายๆ คนถามหากัน เป็นกล้องที่ ครบครันไปด้วย Function การใช้งาน ผู้ใช้ทุกคนจะรู้จักเป็นอย่างดี ไม่ว่าความ แข็งแรงทนทาน ความคลาสสิค

AF NIKKOR 50 มม. f/1.8D เป็นเลนส์ไพรม์ที่ใช้งานได้หลากหลายและมีราคาย่อมเยา ให้การแสดงภาพที่เป็นธรรมชาติและความคมชัดที่เหนือชั้น มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักที่เบามาก โดยมีน้ำหนักเบาเพียงประมาณ 155 กรัม ทำให้เลนส์สะดวกต่อการพกพาสำหรับการถ่ายภาพเกือบทุกโอกาส

Silberra Color 50

CineStill 50D

CHAMELEON 100 (Film Never Die)

KODAK EKTACHROME 100D Color Reversal Film / Eastman 5294 [Develop by C-41 (Cross Process)]

Kodak Pro Image 100

Silberra Color 100

Fujicolor Industrial 100 / Fuji Japan 100

Silberra Color 160

Kodak Portra 160

Film Never Die : Sora 200

(Eastman Kodak 250D VISION3 5207)

Kodak Color Plus 200

Kodak Gold 200

Fuji Premium 400

Kodak Portra 400

VIBE 400

NEVO FILM 400

YAMA 400

Ninoco 400

FOTO FILM 400

NoMad 400

Escula Vintage 400

Escura DragonballZ 400

Showa Camera Film 400 [ESCURA]

Lomography Lomochrome Metropolis XR 100-400

Lomography LomoChrome Purple XR100-400

Lomography Lomochrome Turquoise XR100-400

LomoChrome Color ’92

Shanghai Light 400

Yashica 400

Yashica Golden 80s (400)

WOLFEN COLOR NC400

WOLFEN COLOR NC500 (EI ISO 400)

KODAK VISION3 500T/5219

Film Never Die : Umi 800

Kodak Vision 3 500T [5219]

CineStill 800T

Categories
Article

Konica K-Mini

Compact Camera ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แล้วแถมยังใช้งานง่ายมาก กดถ่ายอย่างเดียวสไตล์ Point&Shoot ชัดทั้งภาพตั้งแต่ระยะหลัง 1 เมตร โดยประมาณ ไม่มีฟังก์ชันอะไรสักอย่าง บางรุ่นมีแค่ปั้มวันที่ แต่ส่วนมากก็จะปั้มปีได้ถึงแค่ 2018 ซึ่งก็ไม่ค่อยมีประโยช์นเท่าไหร่

สืบเนื่องจาก ด้วยความอยากรู้ ว่าฟิล์มแต่ละฟิล์ม แต่ละยี่ห้อ มันต่างกันยังไง ซึ่งพูดตรงๆ ทุกวันนี้ก็ดูไม่ค่อยจะออกหรอก ดูออกแค่ มันออกไปเหลืองหรือฟ้า ก็แค่นั้น .. รูปไหนใช้ฟิล์มอะไรผมได้เขียนไว้มุมขวาล่างทุกรูปแล้วนะครับ .. จะทะยอยๆ Test อีกเรื่อยๆครับ ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวเองนี่แหละ อยากรู้ 555+ .. เหตุผลที่ใช้กล้อง Konica ตัวนี้ คือส่วนตัวชอบอยู่แล้ว เพราะมันเป็นกล้องที่ ไม่ต้องทำอะไร คือกดอย่างเดียว ><” Flash ออกตามที่กล้องมันวัดค่า Speed Shutter รูรับแสง F Stop ก็ออโต้ล้วนๆ โฟกัสก็ด้วย หลายรูปเลย บทจะให้ชัดตรงนี้ก็ไม่ชัด ดันไปชัดตรงอื่น -..-”

Kodak Pro Image 100

Lomography 100

Fuji Industrial 100 / Fuji Japan 100

Kodak Portra 160

Kodak Gold 200

Kodak Color Plus 200

Fuji X-Tra 400

Kodak Portra 400

Fuji Premium 400

Lomography 400

Kodak Ultramax 400

CineStill 800T

Categories
Article

โหลดฟิล์มขึ้นเครื่อง

หากคุณเดินทางพร้อมฟิล์มถ่ายภาพ ขอแนะนำอย่างยิ่งว่า อย่าโหลดฟิล์มไว้ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ต้องโหลดใต้ท้องเครื่องบิน เนื่องจากเครื่อง X-ray ที่ใช้ตรวจสัมภาระโหลดใต้เครื่องนั้นมีความเข้มข้นสูง และอาจส่งผลให้เนื้อฟิล์มเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการลดทอนคอนทราสต์ หรือเกิดรอยฟุ้งแสงที่ไม่พึงประสงค์ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือ เก็บฟิล์มไว้ในกระเป๋าถือ (carry-on) ที่สามารถนำขึ้นเครื่องไปด้วย ซึ่งเครื่อง X-ray สำหรับผู้โดยสารในหลายประเทศยังมีความเข้มข้นไม่สูงมากนัก

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผ่านมา แม้จะเคยมีบางครั้งที่พกฟิล์มจำนวนมากจนใส่ถุงกัน X-ray ไม่หมด และต้องให้เครื่องสแกนตามปกติ แต่เมื่อล้างออกมาก็ไม่พบความเสียหายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ควรระวังเป็นพิเศษในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งบางสนามบินเริ่มมีการใช้งานเครื่อง X-ray รุ่นใหม่แบบ CT (Computed Tomography) ที่มีพลังงานสูงกว่ารุ่นเก่า และอาจทำให้ฟิล์มได้รับผลกระทบแม้เพียงครั้งเดียว บางคนเลือกวิธีแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจฟิล์มด้วยมือ (hand-check) โดยไม่ผ่านเครื่อง X-ray แต่ในทางปฏิบัติมักจะเจออุปสรรค เช่น เวลาที่เร่งรีบ หรือเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ตรวจด้วยมือ ทางออกที่แนะนำ คือ ลงทุนซื้อถุงกันรังสี X-ray สำหรับเก็บฟิล์มโดยเฉพาะ แม้อาจไม่กันได้ 100% แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยง และยังสามารถใช้ประกอบคำขอ hand-check ได้ในบางกรณี

ฟิล์มดีๆ ถ่ายรูปมาลำบาก อย่าให้เสียหายเพราะผ่านเครื่องสแกนเพียงไม่กี่วินาที รู้ไว้ ป้องกันไว้… เพื่อภาพถ่ายที่ยังไม่เกิดจะได้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด

Categories
Article

ล้างฟิล์มขาวดำด้วยกาแฟ Caffenol Developing

ล้างฟิล์มขาวดำด้วยกาแฟ Caffenol Developing สูตร caffenol ที่ใช้จะมีส่วนผสมแค่ 3 อย่างคือ

  • ผงกาแฟสำเร็จรูป
  • โซดาแอซ
  • วิตามินซีผง

การเตรียมส่วนผสม

  • น้ำอุณหภูมิห้อง 375 ml
  • ผงกาแฟ 6ช้อนชา
  • โซดาแอซ 3 ช้อนชา กับอีก 1/2 และ1/4 ช้อนชา
  • วิตามินซีผง 1/2ช้อนชา และ 1/4 ช้อนชา

ผสมจนละลายเข้ากันหมด แล้วทำการลดอุณหภูมิให้อยู่ที่ 20 องศา หลังจากนั้นใส่น้ำยา caffenol ลงในแทงค์ โดยที่นาทีแรกเขย่าตลอดเวลา หลังจากนั้นให้เขย่าทุกๆ นาที ประมาณ 10วินาที จนครบ 11 นาที เมื่อครบ11 นาทีแล้วให้ล้างฟิล์มด้วยน้ำสะอาด ล้างหลายๆรอบก็ได้ จนแน่ใจว่า เศษกาแฟออกหมดแล้ว เพื่อที่เวลาใส่น้ำยา Stop Bath , Fixer , Hypo Clearing จะได้เก็บไว้ใช้อีกได้ หรือถ้าต้องการจะทิ้งก็ไม่ต้องสนใจตรงนี้ครับ ขั้นตอนเวลา Stop Bath 1นาที, Fixer 5นาที และ Hypo Clearing 2นาที ใช้เวลาเดียวกับการล้างฟิล์มขาวดำด้วยน้ำยาปกติ หลังจากนั้นก็ล้างน้ำเปล่า แล้วเอาฟิล์มไปตาก

Categories
Article

วิธีจัดการฟิล์ม120ก่อนส่งล้างแบบง่าย

สำหรับผู้ที่ใช้งานกล้อง Medium Format หรือถ่ายด้วยฟิล์ม 120 คงคุ้นเคยกับการม้วนฟิล์มกลับเข้าแกนกระดาษหลังถ่ายเสร็จซึ่งโดยทั่วไปฟิล์ม 120 มักมีแถบกาวติดมาด้วยเพื่อใช้ปิดปลายกระดาษหลังพันเสร็จ บางยี่ห้อต้องใช้น้ำแตะก่อนให้กาวทำงานคล้ายกับการติดแสตมป์หรือซองจดหมายขณะที่บางแบรนด์ให้แถบสติ๊กเกอร์ที่สามารถลอกแล้วแปะได้ทันทีเพื่อความสะดวกอย่างไรก็ตามอีกหนึ่งวิธีที่ทั้งง่ายประหยัดและช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากได้ดีโดยเฉพาะในยุคที่การสัมผัสกับวัตถุไม่สะอาดอาจสร้างความกังวลก็คือ “การใช้หนังยาง” รัดแทนการใช้กาวหรือสติ๊กเกอร์วิธีนี้ช่วยให้ร้านล้างฟิล์มสามารถเปิดและเตรียมฟิล์มสำหรับล้างได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะเมื่อต้องจัดการในถุงมืดก่อนนำเข้าแทงก์ล้างแต่ทั้งนี้ควรพันกระดาษฟิล์มให้แน่นชิดแกนก่อนรัดหนังยางเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากแสงรั่วซึมเข้าไปในเนื้อฟิล์มเทคนิคเล็กๆ เหล่านี้แม้ดูเรียบง่ายแต่ก็ช่วยให้กระบวนการถ่ายภาพและล้างฟิล์มเป็นไปอย่างราบรื่นและแสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของงานภาพถ่ายฟิล์มอย่างแท้จริง

Categories
Article

120 Film Review

อันนี้เป็นการทดลองเล่นสนุกๆ ที่พยายาม ลดค่าความผิดพลาด อย่างความต่างของแสง ให้น้อยที่สุดเท่าที่พอจะทำได้ โดยการถ่าย ในสตูดิโอนะครับ ด้วยความอยากรู้ส่วนตัว >/\< ไม่ใช่ค่ากลาง ก็อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ เพราะยังมีเรื่องความต่างยี่ห้อของเครื่องสแกน อีกทั้งเครื่องสแกนสภาพส่วนมากจะเป็นเครื่องเก่า มือสอง ความเสื่อมอาจจะไม่เท่ากัน และเงื่อนไขอื่น อย่างเช่นคนคุมเครื่อง ถ้าข้อมูลต่างๆ มีข้อผิดพลาดประการใด ก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

Len : Hasselblad Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T

Camera Body : Hasselblad 503CW

Dev. : Noritsu V30P (Kodak C-41)

Scan : Fuji Frontier SP-3000

ปล. ใช้ไฟของ Broncolor แพค Scoro S หัวไฟรุ่น Pulso G เราได้เทสวัดกำลังไฟแล้ว

ปล.2 สแกนเองโดยไม่มีปรับแสงสีใดๆ

ปล.3 มี2รูปไม่ได้มีกล่องฟิล์มวางไว้ด้วยนะครับ คือ Kodak Ektar 100 กับ Kodak Portra 800 เพราะหาไม่ได้ ตอนซื้อบางทีก็ลืมขอร้านขายฟิล์ม หรือ บางร้านซื้อแค่ม้วนเดียวเขาก็ไม่ให้ ไว้เดี๋ยวอาจจะลองเล่นๆใหม่อีกรอบ เพราะอันนี้ถ่ายมาสักพักล่ะ ก่อนที่ Kodak Gold 200 เลยไม่มีเทียบด้วยเลย

#ishootfilmmagazine

CineStill 50D

Kodak Ektar 100

Silberra 100

Lomography 100

Kodak Portra 160

Fuji Pro160NS

Rollei Crossbird Creative 200

Kodak Portra 400

Fuji Pro400H

Lomography 400

Lomography Color Negative F²/400 Expired 11.2019

Kodak Portra 800

Lomography 800

Categories
Article

135 Film Review

เป็นการทดสอบฟิล์ม แบบที่เราพยายาม ลดค่าความผิดพลาด อย่างความต่างของแสง ให้น้อยที่สุดเท่าที่พอจะทำได้ โดยการถ่าย ในสตูดิโอ

Canon EOS 650 + Canon EF 100mm f2.8 L IS MACRO USM

Dev. : Noritsu V30P (Kodak C-41)

Scan : Fuji Frontier SP-500

ปล. ใช้ไฟของ Broncolor แพค Scoro S หัวไฟรุ่น Pulso G เราได้เทสวัดกำลังไฟแล้ว

#ishootfilmmagazine

ฟิล์มทุกตัวได้ล้างพร้อมกันด้วยน้ำยาตัวเดียวกัน (Kodak C-41) พร้อมสแกนเครื่องสแกนเดียวกัน Fuji Frontier SP-500 (การสแกนโดยไม่ปรับแสงแต่อย่างใด)

Film Chemicals Review

ว่าด้วยเรื่องน้ำยา สำหรับล้างฟิล์มสี ซึ่งใช่ว่าน้ำยาจะเหมือนกัน แต่ละตัวก็มีผลต่อโทนสีของฟิล์มเหมือนกันนะครับ และด้วยน้ำยาบางตัวอาทิ เช่น Tetenal, CineStill, DigitalBase, ECN-2 ส่วนมาก จะต้องล้างมือ หรือคือการที่เขย่าแทงค์ ซึ่งบางทีจะมีความต่างอยู่ที่แต่ละคนอาจจะเขย่าไม่เท่ากันครับ

ส่วน Kodak กับ Fuji สามารถล้างได้ทั้งมือและเข้าเครื่อง แต่ส่วนมาก Kodak จะเป็นการล้างเครื่อง น้อยคนที่จะล้างในแทงค์ และส่วน Fuji อาจจะมีบางร้านหรือที่ต่างประเทศก็จะใช้น้ำยา Fuji ลงในเครื่องแทนน้ำยาของKodakครับ

ฟิล์มทุกตัวเป็นยี่ห้อเดียวกันคือ Fuji Industrial 100 หรือ ที่เรียกกันว่า Fuji Japan 100 ถ่ายกล้องบอดี้และเลนส์ตัวเดียวกัน คือCanon EOS 650 และ EF100mm f/2.8 Macro USM เป็นการถ่ายในสตูดิโอ เช็ตฉาก จัดไฟ เพราะต้องการหลีกเลี่ยงค่าแสงที่อาจจะไม่คงที่เช่นเมฆบัง ฝนตก แดดออก จะได้สภาพแสงจากค่า K เดียวกัน แต่การล้างเราจะทำการล้างด้วยน้ำยาที่แตกต่างกันถึง 6ชนิด ได้แก่

  • Kodak C-41
  • Fuji C-41
  • Kodak ECN-2
  • Digibase C41
  • CineStill Cs41
  • Tetenal C-41

ฟิล์มได้ทำการสแกนด้วยเครื่องสแกนเดียวกัน Fuji Frontier SP-500 โดยไม่มีการปรับแสงสีแต่อย่างใดครับ

อันนี้เป็นการทดลองเล่นสนุกๆ นะครับ ด้วยความอยากรู้ส่วนตัว >/\< ไม่ใช่ค่ากลาง ก็อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ เพราะยังมีเรื่องความต่างนี่ห้อของเครื่องสแกน อีกทั้งสภาพส่วนมากจะเป็นเครื่องเก่า มือสอง ความเสื่อมอาจจะไม่เท่ากัน และเงื่อนไขอื่น อย่างเช่นคนคุมเครื่อง ถ้าข้อมูลต่างๆ มีข้อผิดพลาดประการใด ก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ และหากมีใครต้องการติ หรือเสนอแนะอะไร จะขอบคุณมากๆ ครับ