Categories
Article

เรื่องคราบรอยขี้กลากบนฟิล์ม120 ทั้งสีและขาวดำ

ฟิล์มขาวดำ120 สิ่งที่บางครั้งสามารถเกิดขึ้นได้คือคราบขี้กลาก เพราะมันคืเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ของอากาศ, น้ำยาเคมีที่เคลือบลงบนตัวฟิล์มและส่วนผสมของตัวฟิล์มในการผลิตและตัววัสดุกระดาษที่พันตัวฟิล์มไว้ ซึ่งไม่มีความแน่นอนในการกันไม่ให้มันเกิดขึ้น ซึ่งจะไม่เกี่ยวว่าเป็นฟิล์มใหม่หรือฟิล์มเก่าที่บูดหรือหมดอายุก็เกิดได้หมด

ในฟิล์มขาว-ดำมีส่วนผสมของเจลาตินเงินที่ใช้ในช่วงแรกเป็นสารเคมี/วัสดุที่ไวต่อแสง ซึ่งมันจะsensitiveมากกว่าของตัวฟิล์มสี แต่ไม่ใช่ว่าฟิล์มสีไม่เป็นนะครับ เป็นเหมือนกัน แต่โอกาสเกิดขึ้นจะค่อนข้างน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับฟิล์มขาวดำ

กรณีที่ฟิล์ม2ม้วน ที่ผลิตเลขล็อตเดียวกัน ซื้อจากประเทศเดียวกัน แต่ซื้อคนละร้าน เอากลับมาพร้อมกัน เก็บเหมือนกัน เอามาถ่ายพร้อมกัน ม้วนนึงปกติ อีกม้วนมีขี้กลาก นั่นขึ้นอยู่กับว่าร้านสต็อคแบบไหนครับ บางร้านอาจจะเอาฟิล์มไว้ข้างนอก พอหมดค่อยเติม หรือ ว่ายังไงอันนี้อาจจะต้องดูที่ร้านนั้นๆอีกทีครับ

ถ้าเอามาถ่ายงานจริงจัง ก็อาจจะต้องทำใจยอมรับความเสี่ยงตรงนี้กันหน่อย แต่ถ้าเอามาถ่ายเล่น อยากให้มองในอีกมุมว่า คราบขี้กลากมันไม่สามารถเกิดขึ้นได้กับกล้องดิจิตอล และกล้องดิจิตอลก็เลียนแบบไม่ได้ พูดแบบเข้าใจง่าย มันเกิดขึ้นกับการถ่ายด้วยฟิล์มขาวดำขนาด120เท่านั้น ซึ่งอยากให้มองว่ามันเป็น Special Effect สิ่งพิเศษที่ธรรมชาติช่วยสร้างสรรค์ให้น่าจะดีกว่า

Eastman 500T/5219

แต่ก็นั้นแหละ น้อยคนจะยอมรับและเข้าใจตรงนี้ได้ เพราะทุกคนก็คงคาดหวังว่าจะได้รูปที่เนียนสวยคมชัด กับการถ่ายกล้องฟิล์ม ซึ่งมันอาจจะย้อนแย้งไปหน่อย เพราะความเป็นฟิล์มมันไม่มีทางให้ลายละเอียดเนียนสวยคมชัดได้อยู่แล้ว มันก็ได้แค่ระดับนึง ถ้าคาดหวังตรงนี้ คิดว่าการถ่ายฟิล์มคงจะไม่ตอบโจทย์แล้วนะครับ

ส่วนตัวชอบมากๆ และมองว่าสวยเลย ถ้ามีขี้กลากแบบจางๆ ไม่เยอะเกินไป มันดูมีเสน่ห์ของความเป็นฟิล์มขาวดำดี เพราะถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลก็ไม่มีทางได้effect แบบนี้

Eastman 200T/5213

รูปนี้เหมือนจะมีแต่เป็นขี้กลากแบบอ่อนๆบางๆ ยังไม่เยอะมาก ซึ่งส่วนตัว ถ้ามาแบบน้อยๆประมาณนี้ ชอบมากๆ เพราะมันดูเป็นเสน่ห์ของฟิล์มแบบนึงที่ ถ้าถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอลไม่สามารถจะทำแบบนี้ได้ ต่อให้จะให้ filter หรือ ให้ai ปรับแต่บน LR/PS ยังยังส่วนตัวก็ยังเชื่อว่า มันต่างกันและแทนกันไม่ได้อยู่ดีครับ

Ilford HP5 Plus 400 [62CHN7X01/01] Expired FEB 2021
Ilford HP5 Plus 400 [62CHN7X01/07] Expired FEB 2021

พอดีรูปสุดท้ายเกิดจาก Back Magazine ของกล้องHasselblad ช่องว่างระหว่างเฟรมขยับห่างขึ้นเรื่องๆ เลยทำให้รูปสุดท้ายถ่ายเกือบไม่ติดครับ

Ilford HP5 Plus 400 [66AHN1C01/02] Expired JUNE 2021
Ilford HP5 Plus 400 [70AHN7X01/01] Expired OCT 2021
Rollei RPX 25

Rollei RPX 25 Expired 08.2023 [382199]

Rollei RPX 100

Rollei RPX 100 Expired 10.2023 [376607]

อันนี้ อันกล่องสีขาว ล็อตสินค้า 723 Expired 03.2024 ล้างด้วยน้ำยา (Develop) D76 (1+3) 20min 20°C

อันนี้ อันกล่องสีดำ ล็อตสินค้า 383889 Expired 07.2024 ล้างด้วยน้ำยา (Develop) D76 (1+3) 20min 20°C

Kodak TMAX100 Expired 06.2017
Fomapan 200
Neopan 100 ACROS II

เจอขี้กลากมาแทบจะทุกยี่ห้อเลย Rollei, Fomapan, Fuji, Kodak, ilford แต่ก็เฉยๆ แค่สงสัย ทำไมกับฟิล์มสีแทบไม่มีขี้กลากให้เห็นเยอะหรือบ่อยเท่าฟิล์มขาวดำ ถ้าใช้เนื้อกระดาษคนละประเภท ทำไมไม่ใช่เหมือนกัน??

Categories
Article

Hasselblad Polaroid Back (HassyPB) ฝีมือคนไทย สำหรับผู้รักในกล้องฟิล์ม

สำหรับคนเล่นกล้องฟิล์มคงจะรู้จักกล้องฟิล์ม Hasselblad อยู่แล้ว คงไม่ต้องมาอธิบายกันเยอะนะครับ เข้าเรื่องเลย Hassy PB คืออะไร มันคือการที่เราเอาฟิล์มโพลารอยด์ (Polaroid) ของค่ายฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) คือตัว ฟิล์ม Fujifilm Instax SQUARE ที่เป็นโพลารอยด์สี่เหลี่ยมจตุรัสเหมือนกับฟิล์มที่ถ่ายด้วยกล้องฟิล์มHasselblad เพราะเสน่ห์และเอกลักษณ์ของกล้องฟิล์มยี่ห้อ Hasselblad คือกล้องฟิล์ม Medium Format ใช้ฟิล์มขนาด 120 ถ่ายรูปออกมาเป็น 1:1 หรือคือสี่เหลี่ยมจตุรัส เลยเป็นเหตุผลว่าทำไม Hassy PB ถึงเลือกใช้ฟิล์ม instax ที่เป็น square หาใช่ใช้ฟิล์ม mini หรือ wide

เวลาใส่กับตัวกลักที่ใส่ตัวโพลารอยด์รุ่นเก่า Fujifilm FP-100C ที่ได้เลิกผลิตไปแล้ว

รูปตัวอย่างของจาก Fujifilm Instax จะมี3 ขนาด คือ Mini, Wide , Square

เมื่อก่อนกล้องHasselblad เคยออกตัว Polaroid Back มากับฟิล์มของฟูจิ Fujifilm FP-100C ฟิล์มโพลารอยด์ที่เลิกผลิตไปแล้ว

ตัวฟิล์ม FP-100C เองไม่ใช่ฟิล์มที่สำหรับกล้องHasselblad โดยตรงซึ่งตัวฟิล์มโพลารอยด์จะมีขนาดประมาณ 3.25 X 4.25 Inches ซึ่งภาพที่ได้จะออกมาไม่เต็มแผ่นครับ แต่ยุคสมัยนั้นคนทำงานจะใช้เพื่อการเช็กค่าแสงก่อนจะถ่ายจริงลงบนตัวฟิล์มครับ

โพลารอยด์รุ่นเก่าจะดึงรูปออกด้านข้าง

Hassy PB มาพร้อมกับวัสดุที่มีความคุณภาพ ไม่ใช่แค่กล้องของเล่นอย่างที่เราเห็น ซึ่งเป็นเรื่องความใส่ใจจากทีมพัฒนาเป็นอย่างมาก และทีมที่พัฒนากล้องตัวนี้ก็เป็นฝีมือคนไทย

Hassy PB รุ่น1 และ 2 แถบจับจะอยู่ด้านบน ซึ่งบางคนอาจจะมีตะขิดตะขวง เพราะโพลารอยด์ที่เราคุ้นชิน แถบจับจะอยู่ด้านล่าง และด้วยเหตุผลที่ Hassy PB รุ่น1และ2 ทำออกมาเป็นดีดออกล่างเพื่อที่จะให้ใช้กับตัว Hasselblad Prism Finder (PME45 / 45 Degree) ซึ่งได้ทั้งจะถ่ายโดยใส่ Prism ในการช่วงมองให้โฟกัสหรือถ่ายง่ายขึ้น กว่าใช้ช่องมองแบบปกติ (Waist Level Viewfinder)

Hassy PB รุ่น1 และ 2 สารถมาถ่ายให้แถบจับโพลารอยด์อยู่ด้านล่างแบบที่คุ้นชินได้ โดยการถ่ายกลับหัว ซึ่งถ้าใช้ตัว Prism ก็สามารถถ่ายได้อย่างง่ายดาย

คุณยงยุทธ คะสาวงค์ ผู้เชี่ยวชาญ Hasselblad ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้สร้างและก่อตั้ง คอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกล้อง Hasselblad

” HassyPB ไม่ได้มาแทนฟิล์มและไม่ได้มาแทนดิจิตอล มาเติมเต็มสิ่งเดิมที่มันเคยมี และเป็นความสนุกสนาน แจกรูปถ่ายความทรงจำให้กัน ”

Yongyut John Khasawong

Hassy PB i (First Generation)

Hassy PB รุ่นแรก รุ่นทดลอง เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อราวๆเดือนพฤษภาคมปี2565/May 2022 ในกลุ่มFacebook ที่มีชื่อว่า Uses Hasselblad Thailand โดย อ.ยุทธ์ ผู้สร้างและก่อตั้งคอมมูนิตี้ขึ้นมา ได้ทำการประดิษฐ์ขึ้นมากับทางทีมงาน จากการได้ทดรอเอาชิ้นส่วนบางส่วนของกล้อง Fuji Instax รุ่นSQ6 มาดัดแปลงและเพิ่มบางชิ้นส่วนที่เป็นการสร้างขึ้นมาใหม่เข้าไปครับ ซึ่งตัวกล้องยังมีปัญหาบางส่วนอาธิเช่น ต้องถ่ายที่ f16 ขึ้นไปเท่านั้น ภาพถึงจะโฟกัสเข้า ถ้าใช้ f stop ที่ต่ำกว่านั้น ต้องทำการชดเชยระยะโฟกัส หรือ ที่เรียกว่า Shift Focus เพิ่มเติม เช่น เราหมุนเลนส์กล้องไปโฟกันที่ 1เมตร แต่หลังจากนั้นให้หมุนเลนส์กล้องเพิ่มไปอีก 0.5 ถึง 1 เมตร โดยที่ไม่ขยับตำแหน่งของตัวกล้อง ก็จะทำให้สามารถถ่ายที่ f2 หรือ f stop ที่กว้างๆ ทำให้เกิดหน้าชัดหลังเบลอได้ ตามคุณภาพของตัวเลนส์ครับ

Hassy PB ii (Second Generation)

Hassy PB2 เป็นรุ่นที่ทาง อ.ยุทธ์และทีมงานยังได้หาทางให้ถ่าย f stop เพิ่มจาก f16 ไปที่ f8 ที่สามารถถ่ายได้โดยที่ไม่ต้องทำการ shift focus ครับ เป็นการแสดงออกถึงการเอาใจใส่ของทาง อ.ยุทธ์และทีมงานเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเป็นคนอื่นๆ น่าจะท้อถอยหรือล้มเลิกไปแล้วอย่างแน่นอน

เหตุผลที่ทำไม Hassy PB รุ่น1 และ 2 แถบโพลารอยด์ถึงอยู่ด้านบน เพราะทางทีมงานได้ออกแบบมาเพื่อให้ใช้กับ hasselblad prism finder (ปริซึมมีไว้ใช้แทนช่องมองภาพแบบ waist level finder ช่วยให้โฟกัสง่ายขึ้นมาก มุมมองเหมือนตาเห็น ภาพไม่กลับซ้ายเป็นขวา) เพราะถ้าให้แถบโพลารอยด์ และดีดขึ้นมันจะติดตัวปริซึม ซึ่งก็ต้องคอยถอดเข้าถอดออก ตัวhassy pbครับ 

Hassy PB iii (Third Generation)

Hassy PB3 จะไม่ต้องทำการ Shift Focus แล้ว ซึ่งเราสามารถถ่าย f2.8 หน้าชัดหลังเบลอได้เลย ยกเว้นรุ่น200 series และแถบโพลารอยด์จะอยู่ด้านล่าง ซึ่งกล้องโพลารอยด์อื่นๆทั่วๆไป ส่วนมากที่เราคุ้นเคยคือ แถบที่จับโพลารอยด์จะอยู่ข้างล่างครับ นอกเหนือจากนั้นยังเพิ่มระบบปิดเปิด กันกรณีฟิล์มโพลารอยด์ลั่นออกมาเพราะเผลอไปโดนปุ่ม แล้วก็ยังมีปุ่มsafety กันแผ่นdark slideหลุดออกโดยไม่ตั้งใจ คร่าวๆที่มีฟังค์ชันดีๆเพิ่มเข้ามาครับ

Hassy PB ใช้งานร่วมกับฟิล์ม Fujifilm Instax SQUARE วัสดุส่วนนึงของตัวอุปกรณ์มาจากกล้องฟิล์มโพราลอยด์ผลิตจากญี่ปุ่น และวัสดุอีกส่วนนึงได้ทำการขึ้นรูปใหม่ด้วยเหล็กและอลูมิเนียมทนทานแข็งแรง ใส่ใจทุกรายละเอียด

Categories
Back Issue

I SHOOT FILM / SPECIAL / PART 7

ดูฟรี❗️ตาม Link ด้านล่างนี้เลยครับและชมภาพแฟชั่นสวยๆได้ในคอลัมน์ Special Interview ยังไงก็อย่าลืมไปติดตามกันได้นะครับ

Ookbee

MEB

Hytexts

ISSUU

Categories
Interview

Interview : MOBYe

ชื่อ : พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค (โมบาย)

อายุ 21ปี

FB : Mobile BNK48

IG : moby.e

Youtube : youtube.com/@mobye

MOBYe : สวัสดีค่า โมบายล์ค่า

ISF : วันนี้เป็นไงบ้างครับ มาถ่ายรูปกล้องฟิล์มในฐานะนางแบบเนอะ

MOBYe : ก็รู้สึกสนุกดีค่ะ เห็นภาพแล้วก็ตะลึงในความสวย คือหนูซื้อกล้องฟิล์มเพราะว่า 1 เลยคืออยาก  ถ่ายตัวเอง แล้วทีนี้หนูก็ให้คนอื่นถ่าย แต่คนอื่นถ่ายไม่สวยซักที แล้วหนูไม่เคยได้ภาพที่สวย ยังไงวันนี้ก็รอดูค่ะ

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + Kodak Portra 800 (Shoot Setting f16 Speed Shutter 1/125)

ISF : ทำไมถึงเริ่มต้นถ่ายรูปกล้องฟิล์ม

MOBYe : คือหนูเป็นคนชอบถ่ายรูปแบบทั่วไป อยู่แล้วค่ะ ถ้ามันเป็นกล้องดิจิตอลมันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เรื่องแสงเรื่องภาพ แบบนี้ค่ะ ก็เลยเลือกกล้องฟิล์ม

ISF : ก่อนที่จะใช้กล้องฟิล์มเคยใช้กล้องดิจิตอลมาก่อนมั้ยครับ

MOBYe : ไม่เคยค่ะ ไม่ได้ใช้แบบรู้หลักการเท่าไหร่ เคยใช้แต่กล้องโทรศัพท์ ดิจิตอลก็ทั่วไป ถ่ายเล่นๆแต่ว่าไม่ได้จริงจังมาก

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Sonnar 250mm F5.6 CF T* + Lomography 800
(Shoot Setting f16 Speed Shutter 1/125)

ISF : ชอบอะไรในความเป็นกล้องฟิล์มบ้าง

MOBYe : เหมือนเราชอบเวลาเราถ่ายมันยังไม่เห็นภาพ เราต้องเอาไปล้างก่อน

ISF : ได้ลุ้น ใช่มั้ย

MOBYe : มันได้ลุ้น เราชอบตรงนี้ อยากรู้ว่าเราจะถ่ายเป็นยังไง แล้วก็ชอบตรงมันปรับสีได้ ซึ่งหนูก็ไม่ได้เก่งมาก แต่หนูก็อยากลองปรับกล้องดู

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Sonnar 250mm F5.6 CF T* + Lomography 800 (Shoot Setting f16 Speed Shutter 1/125)

ISF : แล้วก็อย่างที่บอก ตอนแรกอยากได้รูปกล้องฟิล์มให้คนอื่นถ่าย ทีนี้ระหว่างเป็นแบบให้คนอื่นได้กับตัวเองถ่ายเอง หนูชอบแบบไหนมากกว่า

MOBYe : ความรู้สึก คือหนูส่วนมากไม่ได้ถ่ายกล้องฟิล์ม Portrait กับใคร ส่วนมากจะถ่าย วิว ถ่ายอะไรที่เป็น Street แล้วพออยากได้รูปสวยๆของเรา เราก็ให้คนอื่นถ่าย บางทีมันก็เอียงบ้าง ครึ่งตัวบน ครึ่งตัวล่างบ้าง

ISF : มีกล้องประจำตัวหรือกล้องที่ชอบ บ้างไหมครับ

MOBYe : ก็มีตัวนี้แหละค่ะ ตัวเดียว เพราะราคาค่อนข้างสูง ที่หนูซื้อมาเพราะว่าชอบภาพมันคมมากๆ สีมันสด ด้วยความที่มันเป็น Compact มัน Auto พอเวลาเห็นอะไรมันก็สามารถถ่ายได้เลย ปกติเราต้องมาตั้งค่า แต่อันนี้อัตโนมัติ

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + ilford HP5+400 (135 to 120) + DD-X [1:4] 10min (PUSH800)

ISF : แล้วเคยลองกล้องแบบ DSLR แบบเปลี่ยนเลนส์บ้างไหมครับ

MOBYe : เคยลองแค่ที่แบบเปลี่ยน ISO เพราะว่าหนูก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น เปลี่ยนแค่แบบสภาพอากาศเป็นยังไง สี แสง แดด อะไรอย่างงี้

ISF : เราชอบ Compact มากกว่า

MOBYe : ใช่ค่ะ ชอบ Compact มากกว่า

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + ilford HP5+400 + DD-X [1:4] 10min (PUSH800)

ISF : ลึกลงไปนิดนึง มีฟิล์มประเภทไหนที่ชอบ

MOBYe : ชอบวิสต้า สีมันค่อนข้างจัดๆ     

MOBYe : เอางี้ดีกว่า ชอบสีหรือโทนของภาพ มากกว่า ชอบโทนสีเข้มๆ คอนทราสจัดๆ ต้องมีเขียวๆบ้าง

ISF : แล้วพอเวลาถ่ายรูปตัวเองลงไอจี จะใช้กล้องฟิล์มหรือมือถือมาปรับให้มันเป็นฟิล์ม มากกว่ากัน

MOBYe : อ๋อ คือเวลาถ่ายฟิล์ม รูปเดี่ยวๆเลย ไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่ม ถ้าเป็นดิจิตอลจะไม่ได้เป็นแนวฟิล์ม

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Sonnar 250mm F5.6 CF T* + CineStill800T (Shoot Setting f16 Speed Shutter 1/125)

ISF : ที่เมื่อกี้ถามชอบถ่ายรูปประเภทไหน ที่ต้องเองเป็นคนถ่ายนะ

MOBYe :อย่างตอนนั้นไปสยามแล้วทำคลิป ก็ถ่ายความองศามันเท่าๆกัน อะไรงี้ ชอบถ่ายแนวๆนี้

ISF : ไม่ค่อยได้ถ่ายคน

MOBYe : ไม่ค่อยๆ ไม่ได้ถ่าย ส่วนมากถ่ายแนว street ทั่วไป

ISF : เออๆใช่ เห็นที่หนูลงคลิปเหมือนกันเนอะ ทำไมถึงได้ทำเกี่ยวกับกล้องฟิล์ม ตอนนั้น

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + ilford Delta Pro 400 + DD-X [1:4] 10.30min (PUSH800)
Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + Kodak Vison3 IMAX 5219/500T (PUSH800)
Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + Kodak Vison3 IMAX 5219/500T (PUSH800)

MOBYe : อ๋อ คือเราชอบดูรายการในยูทูป ที่เค้าทำกล้องฟิล์ม คือหนูเป็นที่ไปเที่ยนวคนเดียว บางทีไม่รู้จะทำอะไรหนูก็หยิบกล้องไปถ่ายก็รู้สึกสนุกดี ก็เลยชอบ คิดว่าอาจจะทำในอนาคต แบบว่าที่ลึกไปมากกว่านี้

ISF : อ๋ออ

MOBYe : อันนี้มันยังแนวๆ แบบว่าเป็นแนว Vlog มากกว่า อาจจะไปในสถานที่ๆยังไม่เคยไปแล้วหยิบกล้องไปด้วย

ISF : ถ่ายมานานรึยังครับ ประสบการณ์การถ่ายกล้องฟิล์ม

MOBYe : คือจริงๆก็ ไม่ได้ถ่าย แต่ก็เริ่มถ่ายมาประมาณ2-3ปี

ISF : แล้วใน 2-3 ปีที่ผ่านมามีประสบการณ์การถ่ายอะไรที่สนุกๆเกี่ยวกับการถ่ายกล้องฟิล์มบ้างมั้ย 

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + ilford Delta Pro 400 + DD-X [1:4] 10.30min (PUSH800)
Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + Kodak Portra 800 (Shoot Setting f16 Speed Shutter 1/125)

MOBYe :  ก็มีตอนที่ไปโมก้า หนูอยากไป แต่ชวนเพื่อนเพื่อนไม่ไป หนูก็เลยไปคนเดียวก็ได้ว่ะ ก็เลยไปแล้วเหงาจัง หนูก็เลยถือกล้องขึ้นมาถ่าย แล้วเขาพึ่งบอกว่าห้ามถ่าย  ด้วยความที่เราอยู่คนเดียวไม่รู้กฎ แบบนี้ก็เลยถ่าย มันก็เลยมีแฟรชขึ้นมา เขาก็เดินมาบอก น้องเขาไม่ให้เปิดแฟรช อ๋อค่ะ ขอโทษ ค่ะ

ISF : อืออ

MOBYe : ก็รู้สึกสนุกดี เหมือนได้ภาพเก็บความทรงจำ เหมือนเราได้เก็บความรู้สึกตอนนั้นไว้

MOBYe : ก็ฝาก ไอชูดฟิล์มแม็กกาซีน ด้วยนะคะที่จะมีภาพสวยๆ แล้วก็มีสัมพาษณ์อยู่ในนั้น ยังไงก็อย่าลืมไปติดตามกันได้นะคะ แล้วก็อย่าลืมติดตามช่องทางของหนูด้วยนะคะโมบายนะคะ ตอนนี้อยู่ค่ายเลิฟอีสแล้วนะค้า ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + Kodak Vison3 IMAX 5219/500T (PUSH800)

ตัวอย่างรูปที่ถ่ายด้วยกล้องของน้องโมบายล์

Categories
Article

ILFORD ILFOCOLOR RAPID

พอดี เมื่อต้นเดือนได้เดินทางไปต่างประเทศที่ประเทศใต้หวั่นแล้วตอนแรกเห็นกล้องใช้แล้วทิ้งของ ilford แต่มันเขียนว่าเป็นฟิล์มสี ซื้อมาหนึ่งกล่อง ตอนแรกก็คิดว่าว่า ข้างในคงเป็นฟิล์มสีของฟูจิหรือไม่ก็โกดักแหละมั้ง เพราะตอนนั้นยังไม่คิดว่า ilford จะทำฟิล์มสีออกมา และได้ลองเอามาถ่ายดู ก็คิดว่า ilford ทำฟิล์มเองจริงๆ แต่ก็คิดว่า คงแค่เฉพาะกล้องใช้แล้วทิ้งมั้ง ไม่น่าจะทำเฉพาะฟิล์มออกมา จนเมื่อวันนี้ เห็นข่าวในวงการกล้องฟิล์มลงข่าว และมีรูปเฉพาะแค่ฟิล์มอย่างเดียว ที่เป็นฟิล์มสีตัวใหม่ ของ ilford จริงๆ ลองชมรูปตัวอย่างคร่าวๆได้นะครับ อันนี้ถ่ายเมื่อต้นเดือน ก็ไม่ได้รีวิวอะไร ถ่ายกับไฟสตูดิโอ เพื่อต้องการค่าแสงสีที่นิ่งๆ จะได้เห็นโทนสีที่ชัดเจนว่าเป็นยังไง และสแกนโดยไม่มีการปรับสีแต่อย่างใด จะเป็นค่า default เดิมๆของเครื่องสแกน (ซึ่งเครื่องสแกนเหมือนจะติดเขียวหน่อยๆน่ะครับ)

Shooting Equipment

  • Nikon FM2 + AF NIKKOR 50mm f/1.8D

Scan by Fuji Frontier SP-500

ที่มาข่าว Credit https://www.facebook.com/filmplease

BREAKING: New film “ILFOCOLOR” from IIford

ILFORD just releases ILFOCOLOR COLOR FILM 400 Vintage Tone 35mm.

This new film is not made from motion film and different from the film used in ILFOCOLOR RAPID RETRO.

Coming Soon-First Week In July!

ILFORD เปิดตัวฟิล์มสีใหม่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ตัวแรกที่ปล่อยออกมาให้โทนวินเทจเหมือนฟิล์มยุค 1960 สวยงามมากๆ ครับ

ทางผู้ผลิตแจ้งว่าฟิล์มตัวใหม่นี้ไม่ใช่ฟิล์มหนังและเป็นคนละตัวกับที่ใช้ในกล้องใช้แล้วทิ้ง ILFOCOLOR RAPID RETRO ครับ

ฟิล์มรุ่นใหม่ตัวนี้เตรียมวางจำหน่ายต้นเดือนนี้ครับ และแน่นอนว่า Ilford จะเปิดตัวฟิล์มสีมาเพิ่มอีกหลายตัวครับ ❤️🥰

Categories
Article

New Fuji 200 vs Kodak Gold 200

ฟิล์มถ่ายรูป Kodak Gold 200 เป็นฟิล์มเนกาทีฟ ความเร็วปานกลางของแสงตอนกลางวัน ให้การผสมผสานที่หลากหลายของความอิ่มตัวในสีที่สดใส เม็ดสีละเอียด มีความคมชัดของภาพสูง มีความไวเล็กน้อย ISO 200 เหมาะสำหรับถ่ายทั่วไป กลางวันก็ได้ เย็นๆก็ดี ถูกพัฒนามาอย่างยาวนาน ให้ภาพคมชัดและสีเหมือนจริงมาก

ฟิล์ม Fuji 200 ยังไม่แน่ชัด เพราะมีรายงานมาว่าการผลิตเป็นคนละแบบกับ Fuji C200 แบบดั้งเดิม และโทนสีออกไปเหมือนกับ Kodak Gold 200 ด้วยครับ ทางเราจึงได้ขอลองพิสูจน์แบบชัดๆตรงๆโดยการถ่ายด้วยกล้องและเลนส์ตัวเดียวกันในสภาพแสงเดียวกันเพื่อลดความเสี่ยงในสภาพแสงที่ไม่นิ่งให้น้อยที่สุดและทำการล้างสแกนพร้อมกัน น้ำยาเครื่องล้างและเครื่องสแกนตัวเดียวกัน แบบไม่ปรับแต่งใด เป็นยังไงไปลองชมกันครับ

สืบเนื่องมาจากได้ข่าวมาว่าเหมือนค่ายฟูจิไม่ได้ทำการผลิตฟิล์มเองแล้วสำหรับตัว Fuji 200 ตัวใหม่ เพราะโทนสีมันออกมาเหมือนกับ Kodak Gold 200 ไม่มีผิด ซึ่งเป็นยังไงลองชมดูครับ

Canon EOS 300 + Canon EF 85mm F/1.8 USM

Fuji 200 (New)

Scan by Fuji Frontier SP 500

Canon EOS 300 + Canon EF 85mm F/1.8 USM

Kodak Gold 200

Scan by Fuji Frontier SP 500

สรุปส่วนตัวแบบคร่าวๆนะครับ จากที่ได้ถ่ายเอง ล้างเอง สแกนเอง โดยใช้เลนส์และกล้องบอดี้ตัวเดียวกัน จัดไฟถ่ายแบบที่เราพยายาม ลดค่าความผิดพลาดอย่างความต่างของแสงให้น้อยที่สุดเท่าที่พอจะทำได้ โดยการถ่ายในสตูดิโอ และสแกนเครื่องสแกนถึง2เครื่อง โดยไม่มีการปรับแสงสีแต่อย่างใด เหมือนฟิล์ม Fuji 200 ตัวใหม่ โทนจะออกไปทางอมเหลืองค่อนข้างจะมากกว่า Kodadk Gold 200 ซะด้วยซ้ำครับ เพราะปกติแล้วถ้าเป็นคาแรคเตอร์ของ Fuji C200 โทนจะไม่ติดเหลืองหรืออมเหลืองขนาดนี้ จะค่อนข้างหนักไปทางเขียวซะมากกว่าด้วยซ้ำครับ

Canon EOS 300 + Canon EF 85mm F/1.8 USM

Scan by Fuji Frontier SP 3000

สังเกตุจากเครื่องสแกน Fuji Frontier SP-500 ที่ตัวSensor ของเครื่องสแกนเครื่องนี้จะติดเขียว เวลาสแกน Kodak Gold 200 เหมือนSensor ของเครื่องสแกนยังกลบคาแรคเตอร์ของตัวฟิล์มไปเลย แต่พอสแกนกับตัว Fuji 200 สรุปคือยังอมเหลือง นั้นก็หมายความว่า Fuji 200 ติดโทนเหลืองค่อนข้างเยอะกว่า Kodak Gold 200 ซะด้วยซ้ำครับ

Canon EOS 300 + Canon EF 85mm F/1.8 USM

Scan by Fuji Frontier SP 500

แต่พอมาสแกนอีกเครื่องเป็น Fuji Frontier SP-3000 รูปค่อนข้างจะเหมือนกันมากจริงๆ เพราะตัวSensor ของเครื่อง SP-3000 เท่าที่ใช้งานมาจะไม่มีติดเขียว แต่จะออกไปทางติดแดงหน่อยๆ ซึ่งก็จะเหมือนกันร้านล้างสแกนฟิล์มร้านอื่นๆอีกหลายๆร้าน ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นปกติตามความเก่าของเครื่องสแกนครับ ซึ่งพอได้ดูรูปบอกเลยเหมือนกันมาก แทบจะไม่ต่าง ถ้าไม่บอกคิดว่าน่าจะเป็นตัวเดียวกันซะด้วยซ้ำ

ดังนั้นเดาว่า Fuji น่าจะไม่ได้ทำการผลิตฟิล์มเองแล้ว(มั้ง) โดยน่าจะจ้างทางKodakผลิตให้แทน เพราะจาก Code ที่ตัว Negativeของฟิล์มFuji เองสังเกตุว่า Codeเปลี่ยนไปจากเดิมที่เป็นรุ่น C200 และกล่องใหม่ก็ไม่มีคำว่า Cแล้ว เป็น Fuji 200 เฉยๆ

Fuji C200

Fuji 200 (NEW)

Categories
Article

Noritsu VS Fuji Frontier

ส่วนตัวสรุปแบบคร่าวๆนะครับ เครื่องสแกน Noritsu จะได้ไฟล์ที่ขนาดใหญ่กว่าและภาพจะไม่ถูกcrop และภาพจะดูคมกว่า ยิ่งเป็นฟิล์มขาวดำ จะยิ่งออกมาดูดำสนิท ต่างกับ Fuji ที่ภาพจะไม่ดำสนิทเท่าไหร่ แต่ Noritsu ภาพจะดูค่อนข้างออกไปทางดิจิตอล จะไม่เหมือน Fuji ที่ยังคงมีความรู้สึกกลิ่นไอของความเป็นฟิล์มกว่าหน่อยๆครับ .. สุดท้ายแล้วแต่ละคนชื่นชอบและการใช้งานนะครับ

Noritsu LS 600

Fuji Frontier SP-500

Noritsu LS 600

Noritsu HS 1800

Film : ฟิล์มหนัง Kodak IMAX 250D

Len : Carl Zeiss 80/2.8 C Planar Synchro Compur

Camera Body : Hasselblad 500c/m

Fuji Frontier SP-3000

Film : ฟิล์มหนัง Kodak IMAX 250D

Len : Carl Zeiss 80/2.8 C Planar Synchro Compur

Camera Body : Hasselblad 500c/m

Categories
Article

Nikon FM2

กล้อง Nikon FM2 เป็นกล้อง pure mechanic ทำงานได้ โดยไม่ต้องพึ่งระบบไฟฟ้า ถ่านที่ใส่มีไว้สำหรับระบบวัดแสงเท่านั้น เป็นกล้องยี่ห้อแรกๆ ที่ทำความเร็วชัตเตอร์ได้ถึง 1/4000 วินาที ซิงค์แฟลชที่ 1/250 วินาที ตัวนี้ม่านเป็นแบบเรียบ เบา พร้อมใช้งาน

กล้องฟิล์มระบบเป็นกลไกล ที่ดีและทันสมัยที่สุด กล้องที่ถือว่าอยู่ในจุดสูงสุดที่กล้องกลไกลจะทำได้ ในยุคนั้น FM2 ถือว่าเป็นกล้องที่โปรกล้องหลายๆ คนต้องมีใช้ ด้วยความเร็ว Speed Shutter สูงสุดที่ 1/4000 วินาที ที่ไม่มีกล้องกลไกลตัวไหนทำได้ เนื่องจากการออกแบบ ม่านชัตเตอร์ให้เปิดปิดในแนวตั้ง นับว่าเป็น นวัตกรรมใหม่ ที่เป็นต้นฉบับของกล้อง Nikonในปัจจุบันเลยทีเดียว FM2 เป็นกล้องที่ใช้งานที่ หลายๆ คนถามหากัน เป็นกล้องที่ ครบครันไปด้วย Function การใช้งาน ผู้ใช้ทุกคนจะรู้จักเป็นอย่างดี ไม่ว่าความ แข็งแรงทนทาน ความคลาสสิค

AF NIKKOR 50 มม. f/1.8D เป็นเลนส์ไพรม์ที่ใช้งานได้หลากหลายและมีราคาย่อมเยา ให้การแสดงภาพที่เป็นธรรมชาติและความคมชัดที่เหนือชั้น มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักที่เบามาก โดยมีน้ำหนักเบาเพียงประมาณ 155 กรัม ทำให้เลนส์สะดวกต่อการพกพาสำหรับการถ่ายภาพเกือบทุกโอกาส

Silberra Color 50

CineStill 50D

CHAMELEON 100 (Film Never Die)

KODAK EKTACHROME 100D Color Reversal Film / Eastman 5294 [Develop by C-41 (Cross Process)]

Kodak Pro Image 100

Silberra Color 100

Fujicolor Industrial 100 / Fuji Japan 100

Silberra Color 160

Kodak Portra 160

Film Never Die : Sora 200

(Eastman Kodak 250D VISION3 5207)

Kodak Color Plus 200

Kodak Gold 200

Fuji Premium 400

Kodak Portra 400

VIBE 400

NEVO FILM 400

YAMA 400

Ninoco 400

FOTO FILM 400

NoMad 400

Escula Vintage 400

Escura DragonballZ 400

Showa Camera Film 400 [ESCURA]

Lomography Lomochrome Metropolis XR 100-400

Lomography LomoChrome Purple XR100-400

Lomography Lomochrome Turquoise XR100-400

LomoChrome Color ’92

Shanghai Light 400

Yashica 400

Yashica Golden 80s (400)

WOLFEN COLOR NC400

WOLFEN COLOR NC500 (EI ISO 400)

KODAK VISION3 500T/5219

Film Never Die : Umi 800

Kodak Vision 3 500T [5219]

CineStill 800T

Categories
Article

Konica K-Mini

Compact Camera ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แล้วแถมยังใช้งานง่ายมาก กดถ่ายอย่างเดียวสไตล์ Point&Shoot ชัดทั้งภาพตั้งแต่ระยะหลัง 1 เมตร โดยประมาณ ไม่มีฟังก์ชันอะไรสักอย่าง บางรุ่นมีแค่ปั้มวันที่ แต่ส่วนมากก็จะปั้มปีได้ถึงแค่ 2018 ซึ่งก็ไม่ค่อยมีประโยช์นเท่าไหร่

สืบเนื่องจาก ด้วยความอยากรู้ ว่าฟิล์มแต่ละฟิล์ม แต่ละยี่ห้อ มันต่างกันยังไง ซึ่งพูดตรงๆ ทุกวันนี้ก็ดูไม่ค่อยจะออกหรอก ดูออกแค่ มันออกไปเหลืองหรือฟ้า ก็แค่นั้น .. รูปไหนใช้ฟิล์มอะไรผมได้เขียนไว้มุมขวาล่างทุกรูปแล้วนะครับ .. จะทะยอยๆ Test อีกเรื่อยๆครับ ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวเองนี่แหละ อยากรู้ 555+ .. เหตุผลที่ใช้กล้อง Konica ตัวนี้ คือส่วนตัวชอบอยู่แล้ว เพราะมันเป็นกล้องที่ ไม่ต้องทำอะไร คือกดอย่างเดียว ><” Flash ออกตามที่กล้องมันวัดค่า Speed Shutter รูรับแสง F Stop ก็ออโต้ล้วนๆ โฟกัสก็ด้วย หลายรูปเลย บทจะให้ชัดตรงนี้ก็ไม่ชัด ดันไปชัดตรงอื่น -..-”

Kodak Pro Image 100

Lomography 100

Fuji Industrial 100 / Fuji Japan 100

Kodak Portra 160

Kodak Gold 200

Kodak Color Plus 200

Fuji X-Tra 400

Kodak Portra 400

Fuji Premium 400

Lomography 400

Kodak Ultramax 400

CineStill 800T

Categories
Article

โหลดฟิล์มขึ้นเครื่อง

ฟิล์มห้ามโหลดในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ที่เราโหลดใต้ท้องเครื่องครับ เพราะเครื่อง x-ray ที่สแกนกระเป๋าสำหรับโหลดใต้ท้องเครื่อง มันส่งผลให้ฟิล์มเสียหาย แต่กรณี ใส่ในกระเป๋า แบบ carry on ขึ้นบนเครื่องวางไว้ใต้เบาะหรือบนหัวที่นั่ง เครื่อง x-ray ก่อนขึ้นเครื่อง หลายประเทศยังไม่ทำให้ฟิล์มเสียหาย เท่าที่เคยลองมาแล้วนะ มี1-2รอบ ที่ฟิล์มถ่ายมาเยอะ ปกติจะใส่ในถุงกัน x-ray แต่เหมือนรอบนั้นฟิล์มเยอะ ยัดใส่ไม่หมด ก็ x-ray ปกติ กลับมาก็ล้างปกติ (ยกเว้นประเทศอเมริกา ที่ต้องเช็กเครื่องดีๆเพราะเหมือนว่าจะใช้เครื่องรุ่นใหม่ ที่ส่งผลสร้างความเสียหายกับฟิล์มแล้วบางจุดตรวจ)

หรือถ้ามีเวลาบางคนก็จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจฟิล์มเช็กด้วยมือแล้วไม่เอาเข้าเครื่อง แต่ส่วนมากเวลาจะเร่งและเจ้าหน้าที่ส่วนมากจะไม่ยอมตรวจและจะให้เอาฟิล์มเข้าเครื่อง x-ray อย่างเดียวเลย เลยอยากจะแนะนำว่าถ้าอยากเซฟฟิล์มของเรา ลองลงทุนซื้อถุงกันรังสี x-ray หน่อยก็ได้ครับ