Categories
Interview

Interview : Image Suthita 

อิม : อิมเมจ สุธิตานะคะ จากค่าย Small Room

I Shoot Film : ชื่อเล่น “อิม” มาจากไหนครับ เกี่ยวอะไรเกี่ยวกับการถ่ายภาพหรือเปล่า ชื่อเล่นจริงๆ เลยใช่ไหม?

อิม : ใช่ค่ะ แต่ว่าตอนแรกชื่อ “อิม” ก่อน ตามเจ้าแม่กวนอิม ที่บ้านนับถือเจ้าแม่กวนอิม แล้วก็พอไปเรียนอนุบาลน่ะ ครูฝรั่งเขาก็คือคำว่าอิมเฉย ๆ ในภาษาอังกฤษมันเหมือนเป็นแค่ prefix เหมือนมันจะต้องมีอะไรต่อ เขาก็เลยเติมให้มันเต็มคำเพื่อที่จะจำได้ ทุกคนก็เลยเรียกตามนั้นไปหมดเลย

I Shoot Film : อ๋อ หลังจากนั้นก็เลยชื่อ “อิมเมจ”

I Shoot Film :  คอนเซ็ปต์อัลบั้ม Actress คืออะไรครับ

อิม : จริงๆ คอนเซ็ปต์อัลบั้ม Actress คือ อิม ไปรับบทต่างๆ ที่คนอื่นเขียนให้ ก็คือเหมือนปกตินักแสดงต้องไปแคสแล้วก็รับบทที่มีคนอื่นเขียนให้ใช่ไหมคะ อันนี้ก็มีเทรนด์สิ่งนั้นแต่ว่าเป็นรูปแบบของเพลง อิมเขียนเองแค่เพลงเดียว อีกเก้าเพลงก็เก้าศิลปินเลย ได้ร่วมงานกับหลายคนมาก

I Shoot Film : ทำไมถึงเลือกกล้องมาเป็นของใน set merchandise ครับ 

อิม : จริง ๆ แล้วมันแอบไม่เกี่ยวกับ cinematic อะไรเท่าไหร่ เพราะมันเป็นกล้องฟิล์มด้วย แต่ว่าถ้าใครที่ตามผลงานอิมมาเรื่อย ๆ จะทราบว่าอิมเคยมีเพลงซิงเกิลนึงชื่อว่า “ฟิล์ม” อิมแต่งเอง และเป็นเพลงที่อิมชอบที่สุดที่เคยแต่งมาในชีวิตเลยค่ะ

พอถึงตอนทำอัลบั้มนี้ มันก็เป็นวาระพิเศษจริง ๆ เพราะเป็นอัลบั้มเต็มครั้งแรก ตั้งแต่ทำงานมาสิบปี เพิ่งมีอัลบั้มเป็นครั้งแรก เราก็เลยอยากให้มันมีของที่ระลึกพิเศษหน่อย เราก็เลยนั่งคิดกันว่าเออมันควรจะเป็นอะไรดี แล้วก็เห็นตรงกันว่าเป็นกล้องฟิล์ม เพราะอิมก็ชอบถ่ายฟิล์มอยู่แล้ว

ส่วนตัวที่บ้านมีกล้องฟิล์มรวมกล้องป๊อกแป๊กด้วยนะคะ รวมทั้งหมดสามสิบสองตัว ตอนนี้ก็สามสิบสามแล้ว เพราะเพิ่มกล้องอัลบั้มตัวเองเข้าไป

I Shoot Film : ที่มาของเพลง “ฟิล์ม” คืออะไรครับ คือผมชอบเพลงฟิล์มที่สุดเหมือนกันครับ ก็เลยอยากรู้ว่าตอนแต่งนึกถึงอะไร?

อิม : อิมสะสมกล้องฟิล์มมาเรื่อย ๆ ไม่ได้ซื้อทีละหลายตัว ใช้เวลาสะสมมา เริ่มถ่ายตั้งแต่มอห้า กล้องตัวแรกจริง ๆ คือ Nikon F301 ไม่มีออโต้โฟกัสแต่กรอฟิล์มให้ แล้วมันจะมีเสียงฮึด ๆ อิมก็พกไปถ่ายที่โรงเรียน ล้างม้วนแรกที่อารีย์ ซึ่งตอนนั้นฟิล์มแทบไม่มีใครใช้แล้วด้วย

หลังจากนั้นอิมก็ตกหลุมรักการถ่ายฟิล์ม ถึงแม้ว่ามันจะเบลอแต่รู้สึกว่าภาพมันสวย มีชีวิต และที่สำคัญคืออิมจำได้ทุกช็อตที่กด หลังจากนั้นก็ไม่เคยหยุดถ่ายเลยค่ะ

อิมยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับ พี่จอร์จ ธาดา หนังสือ Dark Paradise ทั้งเล่มถ่ายด้วยฟิล์ม หลังจากเห็นพี่จอร์จถ่ายก็ทำให้อิมเปลี่ยนมุมมองต่อการถ่ายรูปไปเลย ไม่เกรงกลัวจังหวะกดชัตเตอร์อีกต่อไป จนได้แต่งเพลง “ฟิล์ม” ขึ้นมา

สไตล์การถ่ายภาพของคุณอิมเป็นยังไงบ้างครับ

อิม : อิมชอบถ่ายสตรีท 📸 พกกล้องติดตัวทุกวัน เจออะไรก็ถ่าย แต่จะเลี่ยงถ่ายติดหน้าคนโดยตรง เพราะยุคนี้เป็นยุคโซเชียลและมี PDPA

I Shoot Film : ฟิล์มที่ชอบที่สุดล่ะครับ

อิม : ชอบ Lomo 400 โทนสีสวย ฟ้ากับทะเลป๊อปมาก แล้วก็ Lomochrome Metropolis ถ่ายป่าเขาธรรมชาติได้อารมณ์ดีมาก เคยชอบ Alpha ด้วย แต่เลิกผลิตแล้ว

I Shoot Film : เล่าประสบการณ์สนุก ๆ เกี่ยวกับการถ่ายภาพให้หน่อยครับ 

อิม : อิมเปิดเพจชื่อ 500 Days of Image ทั้ง IG และ FB มีผู้หญิงคนนึงติดต่อมาว่าอยากถ่ายรูป แต่แฟนหวงไม่ให้ถ่ายกับช่างภาพผู้ชาย เห็นว่าเจ้าของเพจเป็นผู้หญิงเลยเลือกติดต่อ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอิมจริง ๆ พอวันจริงมาเจอกันก็ตกใจมาก แต่ถ่ายสนุกมาก แฟนก็สบายใจ นี่เป็นงานที่อิมสนุกสุดๆ แล้วก็ตอนนี้ก็ยังรอคนมาจ้างอยู่นะคะ (หัวเราะ)

I Shoot Film : ฝากผลงานหน่อยครับ

อิม : อัลบั้ม Actress ตอนนี้ฟังได้แล้วในทุกสตรีมมิ่ง มีทั้งหมด 13 เพลง 14 แทร็ก พร้อม MV 3 ซิงเกิล

เข้าไปชมได้ที่ YouTube: Smallroom Music

ติดตามได้ที่ Facebook: อิมเมจ สุธิตา

IG : https://www.instagram.com/imageswift13/ และ https://www.instagram.com/500daysofimage/

FB: https://www.facebook.com/500daysofimage (500 Days of Image)

และใครอยากจ้างถ่ายรูป… จ้างได้เลยค่ะ

Categories
Interview

Interview : Apple แอปเปิ้ล

#AppleLapisara

I shoot film: สวัสดีครับ

Apple: สวัสดีค่ะ แอปเปิ้ล ลาภิสรา อินทรสูต ค่ะ

I shoot film: จากการที่เราเป็นนักร้อง เป็นนักแสดง แต่ Director เนี่ยคือยังไง มาได้ยังไง อันนี้สนใจมาก อยากรู้มากเลยครับ

Apple: เออ จริงๆ ถ้าย้อนกลับไปตอนที่แอปเปิ้ลเรียนมหาวิทยาลัยค่ะ แอปเปิ้ลจบเอกการแสดงและกำกับการแสดง

I shoot film: อ๋อ

Apple: แต่ตอนปี 3 ปี 4 เราจะต้องเลือกว่าเราจะส่ง Directing หรือ Acting

I shoot film: ครับ

Apple: แอปเปิ้ลก็เลือกฝั่ง Directing ค่ะ แอปเปิ้ลก็ทำละครเวที กำกับละครเวที

I shoot film: อ๋อ

Apple: แล้วพอเรียนจบ แอปเปิ้ลมีเพื่อนเป็นนักร้องเยอะ เวลาเพื่อนให้ฟังเพลง หัวผู้กำกับมันก็มีไอเดีย มีภาพขึ้นมา เพื่อนก็เลยให้โอกาสกำกับ Music Video

Apple: หลังจากนั้นก็เริ่มมีงาน Directing เข้ามาเรื่อยๆ แอปเปิ้ลก็เลยไปเรียนต่อที่ New York Film Academy ที่ LA ค่ะ

I shoot film: โห

Apple: เมื่อปีที่แล้วเลยค่ะ เพราะเตรียมตัวจะกำกับ Series ในปีนี้ด้วย

I shoot film: มี Passion ยังไงถึงได้ไปถึง New York เลย

Apple: ตอนส่ง Thesis ที่มหาวิทยาลัย แอปเปิ้ลทำละครเวทีค่ะ แต่อยากเรียนลึกขึ้นในสาย Film ก็เลยไปเรียน Filmmaking ค่ะได้เรียนทั้ง Directing, Cinematography, Hands-on camera, วิธีประกอบกล้อง เรียน Scriptwriting นิดนึง, Producing, แล้วก็ Casting ด้วย เรียนแค่ประมาณ 1 เดือนค่ะ แต่ก็ได้ความรู้ ได้ Connection กับอาจารย์หลายคนเลยค่ะ

I shoot film: ที่ New York ใช่ไหม

Apple: เรียนที่ LA ค่ะ แต่เป็น Campus ของ New York Film Academy แอปเปิ้ลเลือก LA เพราะอยู่ในโลกของ Hollywood เลย ตรงข้ามโรงเรียนคือ Warner Bros. แล้วอาจารย์ที่สอนก็เป็นคนทำงานใน Hollywood จริง ๆ ด้วยค่ะ

I shoot film: แล้วอยู่ดีๆ ไปเรียนได้ยังไงอะ

Apple: แอปเปิ้ลเห็นพี่โดนัท มนัสนันท์ เป็นรุ่นพี่ค่ะ แล้วก็เห็นว่าเขาไปเรียนที่นั่น แอปเปิ้ลก็สนใจ เพราะเราจบที่เดียวกัน เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เป็นนักแสดงเหมือนกัน ก็เลยไปถามพี่โดนัท ว่าต้องเตรียมตัวยังไง ใช้อะไรบ้าง แล้วก็ส่ง Application ไป เขาก็ Approve ให้ค่ะ

I shoot film: เรียนจบกลับมาแล้วเป็นยังไง รู้สึก Happy มากขึ้นไหม สนุกขึ้นไหม

Apple: ใช่ค่ะ สนุกมากขึ้นเลย เวลาคุยกับตากล้อง ทีมกล้อง เราเข้าใจมากขึ้น เข้าใจคำศัพท์ เข้าใจวิธีคิด เข้าใจภาพ เหมือนเราได้วิธีคิดแบบฝรั่งเพิ่มเข้ามาเยอะเลยค่ะ

I shoot film: แล้วเคยเทียบไหมว่า ผลงานก่อนเรียนกับหลังเรียนมันต่างกันยังไง

Apple: ก่อนเรียน งานของแอปเปิ้ลจะดู Basic เรียบง่าย แล้วก็ Feminine มากค่ะ แต่หลังเรียน มันมีความ Masculine มากขึ้น แสง สี Mood มันจะดูจัดขึ้น มีความ “ฝรั่ง” เพิ่มขึ้นค่ะ

I shoot film: จริง ๆ ตอนนี้กำลังเตรียมทำ Series ใช่ไหม

Apple: ใช่ค่ะ เป็น Girl’s Love Series จริง ๆ Thesis ก็ทำเรื่องหญิงรักหญิงนะคะ มันมาจากนิยายที่แอปเปิ้ลอ่านเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว แล้วมี Producer เห็นไอเดียเราแล้วเขาชอบมาก ก็เลยให้ทุนผลิตจริงเลยค่ะ

I shoot film: มี Director คนไหนเป็น Idol ไหม

Apple: ถ้าเริ่มจากตอนเรียนเลย ก็ Sofia Coppola ค่ะ

I shoot film: แล้วสไตล์การกำกับที่แอปเปิ้ลชอบล่ะ

Apple: ชอบ Thriller แบบ Suspense ดราม่าหนัก ๆ ค่ะ แต่เวลาทำ Music Video ส่วนใหญ่คนก็อยากให้ทำแนว Cute, K-pop style แบบที่ทำให้ Piglet แต่ก็จะแทรก Twist หรืออะไร Weird  เข้าไปใน Story ให้มันไม่ธรรมดา

I shoot film: แล้วถ้ามีโอกาสผลิตผลงานมากขึ้น อยากทำอะไร

Apple: ก็อยากได้ Project ที่ได้ลองทั้งภาพ เสียง Mood ต่าง ๆ ที่เป็นตัวเองมากขึ้นค่ะ

I shoot film: มองตัวเองในบทบาท Director ยังไง

Apple: การเป็น Director เหมือนเราเป็น “น้ำ” ที่เข้าไปอยู่ใน “แก้ว” คือเราควบคุม Tone ของเรื่อง แต่ถ้าเป็น Actor เราคือ “แก้ว” ที่รอให้คนมาเติมน้ำ เราต้องอยู่ในกรอบของ Director กับ Producer

I shoot film: แล้วชอบบทบาทไหนมากกว่ากัน

Apple: ถ้าตื่นเต้น ตื่นเต้นกับการเป็น Director ค่ะ แต่ถ้าพูดถึงความรักจริงๆ แอปเปิ้ลยังรักการเป็นนักแสดงมากที่สุด

I shoot film: แล้วเคย Direct เอง เล่นเองในงานเดียวกันไหม

Apple: เคยมีคนอยากให้ทำค่ะ แต่แอปเปิ้ลขอให้มี Co-director มาช่วยดูอีกคนนึง MV ที่เคยทำแบบนั้นชื่อ แผ่เมตตา เล่นคู่กับเมฆ จิรกิตติ์ ค่ะ

I shoot film: การเป็นผู้หญิงที่ต้องควบคุมกองถ่าย ทุกคนเชื่อมั่นในตัวแอปเปิ้ลไหม

Apple:กลัวคนไม่เชื่อ เลยบอกแม่ว่า ถ้าไม่ใช่งานแสดง ขอแม่อย่าไปกองด้วย เพราะเราต้องการให้ทุกคนเห็นว่าเราควบคุมได้จริง แต่ทีมงานก็น่ารัก เปิดใจรับฟัง แล้วก็ทำงานกันแบบให้เกียรติกันค่ะ

I shoot film: แล้วนอกจากงานแสดง กำกับ ช่วงว่างๆ ชอบทำอะไร

Apple: ชอบวาดรูปค่ะ ชอบเปิดเพลง ร้องเพลง เดี๋ยวนี้ก็เล่น Keyboard แล้วอัดเพลงลง Social media ด้วย

I shoot film: แล้วเรื่องถ่ายรูปยังทำอยู่ไหม

Apple: ยังถ่ายค่ะ โชคดีมีเพื่อนหน้าตาดีเยอะ มี Subject ให้ถ่ายเพียบ ใช้ทั้ง Film Camera, Disposable, Mirrorless เลยค่ะ ตอนนี้เพิ่งซื้อ Sony ตัวใหม่ กำลังศึกษา Feature กับ Lens เพิ่ม

I shoot film: แล้ว Film Camera ยังใช้อยู่ไหม

Apple: ใช้ค่ะ กำลังมองหาซื้อกล้องใหม่เพราะตัวเก่าเริ่มงอแง

I shoot film: งั้นฝากผลงานทั้งหมดเลยครับ

Apple: ตอนนี้มีซีรีส์ “รักปากแข็ง” ที่ถ่ายอยู่ จะออนแอร์ปี 68 ค่ะ แล้วก็มีซีรีส์ “Four Elements ตอน วิวาห์ปฐพี” ที่เปิดตัวไปแล้ว เล่นคู่กับน้องมิ้ม ปัณฑิตาค่ะ มีธุรกิจตู้ถ่ายรูปชื่อ “Shutter Booth” และ “Flip” ที่มีสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด.

แฟนๆ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและผลงานได้ทาง Instagram: applelapisara, X (Twitter): applelapis, และ TikTok: applelapisara.

Categories
Interview

Interview : Tang Tang ตังตัง

สัมภาษณ์โดย: I Shoot Film Magazine
ผู้ให้สัมภาษณ์: ตังตัง นัฐรุจี วิศวนารถ

ตังตัง: ชื่อตังตังนะคะ นัฐรุจี วิศวนารถค่ะ

I Shoot Film: ชื่อตังตังนี่มาจากอะไร มีความหมายยังไงไหมครับ?

ตังตัง: จริงๆ ตอนเกิดคุณพ่อตั้งชื่อว่า “สตางค์” (สอเสือ ตอเต่า สระอา งองู คอควาย การันต์) ค่ะ แต่ตอนนั้นหนูไปทำวงไอดอล แล้วในวงมีอีกคนชื่อ “สตางค์” ด้วย เพราะหนูโตกว่า เลยเรียกกันว่า “สตางค์ใหญ่” หนูเลยรู้สึกไม่ค่อยโอเค ก็ไปบอกคุณแม่ว่าอยากเปลี่ยนชื่อ แต่ก็ไม่อยากให้เปลี่ยนไปไกลจากเดิมมาก เลยคิดว่า “ตังตัง” ก็น่ารักดี ก็เลยเปลี่ยนเป็นชื่อนี้ตั้งแต่นั้นมาค่ะ

Film : Rollei Infrared IR400

Develop : ILFORD ILFOTEC DD-X [1+4] 10min

I Shoot Film: เริ่มต้นเข้าวงการได้ยังไงครับ?

ตังตัง: งานแรกน่าจะเป็นงานโฆษณาค่ะ ตอนอายุประมาณ 19 ปี มีพี่คนหนึ่งมาทักว่า “ลองไปแคสโฆษณาขนมตัวนี้ไหม” หนูก็แบบ เอ๊ะ… ก็ลองไปดู ปรากฏว่าไปถึงเป็นคนสุดท้าย เขากำลังจะปิดแล้วด้วย แต่ก็แคสผ่าน แล้วก็เริ่มมีงานโฆษณาเข้ามาเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็ไปประกวด “Gossip Girl” ของโมโนค่ะ

I Shoot Film: ประกวดจนได้ที่หนึ่งเลย?

ตังตัง: ใช่ค่ะ ได้ที่หนึ่งแล้วก็เซ็นสัญญากับโมโน 2 ปี ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย แล้วก็มีโอกาสได้ไปเรียนต่อป.โท ที่ประเทศจีนค่ะ ก็เลยพักงานในวงการไป 2 ปี พอเรียนจบ กลับมาไทยก็มีพี่คนหนึ่งชวนไปออดิชั่นวงไอดอล ก็เลยได้เข้าวงใหม่ จากนั้นก็มีคนชวนไปเป็นวีเจคลื่นเพลงญี่ปุ่นที่ J-Channel ค่ะ

I Shoot Film: โอ้โห ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่นเลยนะครับ

ตังตัง: ใช่ค่ะ หนูก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเพลงญี่ปุ่นหรอก แค่ดูอนิเมะบ้าง แต่เขาบอกว่าแค่คุยกับคนฟังสนุกๆ ก็พอ ก็เลยได้ลองเป็นวีเจ แล้วหลังจากนั้นก็มีคนชวนไปเล่นละคร มีโอกาสเป็นพิธีกรด้วย แล้วช่วงโควิดก็เริ่มลองสตรีมเกมออนไลน์ค่ะ

I Shoot Film: สตรีมเกมด้วย?

ตังตัง: ใช่ค่ะ ช่วงโควิดว่างๆ ก็ลอง แต่พอมีงานละครเข้ามาก็ต้องดรอปไปบ้าง หลังๆ มานี่กลับมาไลฟ์ TikTok แทนค่ะ คุยกับคนดู ร้องเพลง เต้นไปด้วย ล่าสุดก็ทำรายการ “โคตรหลอน” ที่เป็นแนวเรื่องผีค่ะ

I Shoot Film: ชื่อดูหลอนมาก แล้วเป็นคนกลัวผีไหมครับ?

ตังตัง: มากค่ะ! ก่อนทำรายการไม่กล้าแม้แต่ฟังเรื่องผีเลย ใครจะเล่าคือปิดหูเลย งึมงำไม่ฟัง แต่พอรู้ว่าเป็นรายการของพี่โอ๊ต ปราโมทย์ แล้วเราเป็นสายมู ก็เลยลองส่งเทปแคสดู สุดท้ายก็ผ่าน แล้วได้เจอกับพี่โอ๊ตกับพี่อู๋ค่ะ

Film : Berrger Pancro 400

Develop : D76 [stock] 9min

I Shoot Film: แล้วพี่โอ๊ตเลือกเพราะอะไรเหรอ?

ตังตัง: หนูไปถามพี่โอ๊ตทีหลัง เขาบอกว่า เคยเห็นหนูในยูทูบ ตอนนั้นหนูทำคลิปเลือกกล้องฟิล์ม เขาเลยจำได้

I Shoot Film: พูดถึงกล้องฟิล์มแล้ว เริ่มรู้จักกล้องฟิล์มได้ยังไงครับ?

ตังตัง: หนูตามเทรนด์เลยค่ะ เพราะทำยูทูบอยู่แล้ว ก็เลยเดินไปสะพานเหล็กเลย ก่อนหน้านั้นเคยใช้แค่กล้องดิจิตอลทั่วไป เช่น คาซิโออะไรแบบนั้นค่ะ กล้องฟิล์มตัวแรกคือกล้องใช้แล้วทิ้งค่ะ พอได้ล้างออกมาแล้วแบบ เฮ้ย! มันมีเสน่ห์ มันรอลุ้น มันมีอะไรบางอย่างที่ดิจิตอลให้ไม่ได้

Film : JCH StreetPan 400

Develop : ILFORD ILFOTEC DD-X [1+4] 9min

I Shoot Film: แล้วพอไหร่ถึงเริ่มใช้ Medium Format?

ตังตัง: ในหนึ่งปีค่ะ หนูค่อย ๆ ขยับจากกล้องใช้แล้วทิ้ง → กล้องสี่รู → Yashica จนเริ่มไต่ไป Medium Format เพราะทำเป็นคอนเทนต์ในยูทูบค่ะ ตอนแรกก็งงเหมือนกันว่ากล้องอะไรใหญ่ๆ หนักๆ แต่พอได้ส่องแล้วมันแบบ…สวยมากเลย

Film : Oriental Seagull 100

Develop : D76 [stock] 9min

I Shoot Film: ตอนนี้ยังถ่าย Medium อยู่ไหมครับ?

ตังตัง: ยังถ่ายค่ะ ตอนนี้ถ่าย Medium มากขึ้น เพราะรู้สึกว่าภาพมันมีมนต์ขลังแต่ถ้าไปเที่ยวเล่นๆ ก็ใช้ 35mm มากกว่านะคะ มันง่ายกว่า

Film : VIBE Photo 100 (135format)

ei iso 400

Develop : D76 [stock] 9min

I Shoot Film: มีคำแนะนำสำหรับน้อง ๆ หรือผู้หญิงที่อยากลองกล้องฟิล์มไหมครับ?

ตังตัง: แนะนำให้ศึกษาจากยูทูบเลยค่ะ มีเยอะมาก แล้วก็ควรรู้ว่าชอบแนวไหน ถ้าชอบสแนปๆ หนูแนะนำกล้องสี่รู สนุกมาก! แต่ถ้าอยากได้รูปที่มีมู้ดลึกๆ ชัดๆ ก็ลอง Medium Format ดูค่ะ

I Shoot Film: ตอนนี้ฟิล์มก็แพงขึ้นมากนะครับ

ตังตัง: ใช่ค่ะ เป็นอีกเหตุผลที่ถ่ายน้อยลงช่วงนี้เลย

I Shoot Film: มีฟิล์มโปรดไหม?

ตังตัง: ไม่ชอบโทนเหลืองๆ ค่ะ เลยชอบ Fujifilm มากกว่า

Film : Kodak TMAX 400PRO Expired 04.2002

Develop : ILFORD ILFOTEC DD-X [1+4] 8min

I Shoot Film: ชอบถ่ายรูปแนวไหน?

ตังตัง: ชอบแนวแคนดิดค่ะ ชอบถ่ายคนหัวเราะ คนขายของ คนทำงาน เวลาไปเที่ยวจะชอบเก็บภาพเหล่านี้ไว้

I Shoot Film: มีแพลนอะไรต่อในอนาคต?

ตังตัง: ยังสนใจวงการบันเทิงอยู่ค่ะ แต่อยากมีธุรกิจส่วนตัวด้วย เพราะหนูชอบของกิน ก็เลยกำลังมองธุรกิจขนมหรืออะไรที่เกี่ยวกับอาหารอยู่ค่ะ

I Shoot Film: ฝากช่องทางติดตามหน่อยครับ

ตังตัง: IG และ TikTok : @tangtangn_

YouTube และ Facebook : Tangtang Channel

ตอนนี้มีละครกำลังจะออนแอร์ และรายการประจำคือ โคตรหลอน ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น.

Categories
Interview

Interview : DeeNee

“จงเชื่อใจฉันเถอะนะ”

Trust Me, Please.

จากกล้องฟิล์ม…สู่การถ่ายทอดชีวิตด้วยใจจริง

บทสัมภาษณ์โดย กำพล กิตติพจน์วิไล บรรณาธิการ I Shoot Film Magazine

ชื่อนาสกุล : พิมพ์นิภา ตั้งสกุล

ชื่อเล่น : ดีนี่

I Shoot Film: ตอนนี้ดีนี่ทำอะไรอยู่บ้างคะ?

ดีนี่: ปัจจุบันเรียนอย่างเดียวเลยค่ะ เรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ค่ะ

I Shoot Film: เห็นไอจีชื่อว่า @70.3.45 ตัวเลขนี้มีความหมายยังไงเหรอคะ?

ดีนี่: มันเริ่มจากตอนที่หนูออกจาก BNK48 ใช่ไหมคะ ตอนนั้นไม่รู้จะตั้งชื่อว่าอะไร ก็เลยตั้งว่า @70.3.45 ไปก่อน แล้วลองไปหาความหมายดู ปรากฏว่ามันคือตัวเลขที่คนจีนใช้พิมพ์คุยกัน เหมือนกับ XOXO ที่หมายถึงจุ๊บๆ นั่นแหละค่ะ แต่ 70345 แปลว่า “จงเชื่อใจฉันเถอะนะ” หนูรู้สึกว่ามันตรงกับสถานการณ์ตอนนั้นเลยค่ะ เป็นการขอให้คนเชื่อใจกับการตัดสินใจของหนูในครั้งนั้น

I Shoot Film: แล้วตอนที่ออกจาก BNK48 ใหม่ๆ ชีวิตเป็นยังไงบ้างคะ?

ดีนี่: แรกๆ เครียดค่ะ เพราะตอนอยู่ในวง ทุกคนจะห้ามโดนตัวเรา ก็เลยกลายเป็นว่าเราระแวงไปเองว่า คนที่เข้ามาหาเราเค้าจะหวังผลประโยชน์รึเปล่า หรือคิดไม่ดีกับเรารึเปล่า แต่พอเวลาผ่านไป หนูก็เริ่มละลาย mindset กลับมาว่า… จริงๆ แล้วเราก็แค่คนธรรมดาคนนึง ก็เลยกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติค่ะ

I Shoot Film: มีแผนไว้ล่วงหน้ามั้ยคะว่าถ้าออกจากวงจะทำอะไรต่อ?

ดีนี่: มีเลยค่ะ หนูตั้งใจไว้ตั้งแต่ก่อนออกแล้วว่าจะเรียนสถาปัตย์ เพราะหนูเห็นคุณพ่อทำงานวิศวะ แล้วชอบกางแบบแปลนออกมาดู หนูก็สงสัยว่ามันคืออะไร เลยคิดว่า ถ้าเราเรียนสถาปัตย์ วันหนึ่งอาจจะได้ช่วยงานคุณพ่อก็ได้

I Shoot Film: แล้วตัวดีนี่เองชอบศิลปะไหมคะ?

ดีนี่: ชอบในระดับนึงนะคะ แต่ไม่ได้หลงใหลเป็นพิเศษ คือเหมือนคุณแม่ให้เรียนศิลปะตั้งแต่เด็ก เราก็เรียนมาเรื่อยๆ ก็เลยคุ้นเคยกับมันมากกว่า

I Shoot Film: จุดเริ่มต้นของการถ่ายรูปจริงจังเกิดขึ้นตอนไหนคะ?

ดีนี่: ช่วง ม.5–ม.6 ค่ะ ซึ่งก็เป็นช่วงที่อยู่ใน BNK48 แล้วเหมือนเพื่อนเอากล้องฟิล์มมาให้ดู แล้วตอนนั้นกระแสกล้องฟิล์มกำลังบูมมาก ก็เลยลองถ่ายดู

I Shoot Film: เริ่มจากกล้องแบบไหนคะ?

ดีนี่: เริ่มจากกล้องฟิล์มที่ต้องปรับโฟกัส ปรับแสงเองเลยค่ะ เท่มาก แต่มันก็ยากนะคะ สมมุติพี่ไม่รู้เรื่องกล้องเลย แล้วขอให้หนูถ่ายให้ อาจจะออกมาเบลอ มืด อะไรแบบนั้นก็ได้ หลังๆ เลยเปลี่ยนไปใช้กล้องดิจิตอลบ้าง หรือกล้องฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้งที่แค่กดก็ถ่ายได้เลย

I Shoot Film: ชอบถ่ายอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ?

ดีนี่: ชอบถ่ายคนค่ะ ชอบถ่ายเพื่อน แล้วก็วิวอาคารทั่วไป

I Shoot Film: มีฟิล์มตัวโปรดไหม หรือเลือกยังไงคะ?

ดีนี่: ไม่มีตัวประจำเลยค่ะ หนูเลือกตามอารมณ์ล้วนๆ วันไหนอยากถ่ายขาวดำก็หยิบขาวดำ จะยี่ห้อไหนก็ได้ ไม่ได้ซีเรียสค่ะ ลองไปเรื่อยๆ

I Shoot Film: เวลาไปต่างประเทศเอากล้องฟิล์มไปด้วยไหม?

ดีนี่: เอาไปค่ะ ล่าสุดไปญี่ปุ่นก็ไปซื้อกล้องฟิล์มจากที่นั่นเลย ตอนนั้นคืออยากถ่ายมากจริงๆ อยากถ่ายจัดๆ ก็เลยยอมไปหาซื้อมาเลยค่ะ ตอนนี้ถ้าพกติดตัวจะใช้กล้องใช้แล้วทิ้งมากกว่า

I Shoot Film: อยากฝากอะไรถึงคนที่ยังติดตามดีนี่อยู่ไหมคะ?

ดีนี่: ขอบคุณนะคะที่ยังติดตามอยู่ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ หนูสบายดีค่ะ ติดตามหนูได้ทางไอจี @70.3.45 นะคะ จะอัพเดตชีวิตเรื่อย ๆ ถึงจะไม่ค่อยได้โพสต์บ่อยเท่าไหร่ แต่…จงเชื่อใจฉันเถอะนะคะ

Categories
Interview

Interview : Varn Varn

หวานหวาน – อรุณณภา พาณิชจรูญ

จากแสงสีบันเทิง สู่โลกของจักรยาน กล้องฟิล์ม และการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์

🌟 จากนักแสดง…สู่ Brand Ambassador และนักปั่นตัวจริง!
ถ้าคุณเคยเปิดทีวีช่วงเย็นและเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยิ้มสดใสอยู่หน้ากล้อง นั่นอาจเป็น หวานหวาน – อรุณณภา พาณิชจรูญ อดีตนักแสดงและพิธีกร รายการสีสันบันเทิง ที่ครั้งหนึ่งเคยโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัว แต่วันนี้เธอเปลี่ยนเส้นทางมาเป็น Brand Ambassador ของ Michelin Thailand & Global และ Wilier Triestina แบรนด์จักรยานจากอิตาลี

และที่สำคัญ! เธอยังเป็น นักปั่นจักรยานตัวยง ที่อยู่ในวงการนี้มากว่า 13 ปี พร้อมทั้งเป็นเจ้าของธุรกิจคลินิกกายภาพบำบัด Restart24 อีกด้วยแต่เส้นทางของเธอไม่ได้มีเพียงแค่จักรยานเท่านั้น เพราะหวานหวานยังหลงใหลในการถ่ายภาพฟิล์ม! วันนี้ I Shoot Film Magazine พาคุณมาทำความรู้จักเธอแบบลึกซึ้งยิ่งขึ้น กับความฝัน แรงบันดาลใจ และไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยพลังบวก

🚴‍♀️ จุดเริ่มต้นของความรักที่มีต่อจักรยาน

“หวานเป็นคนที่โตมากับกีฬา ชอบออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็กค่ะ” เธอเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของความหลงใหลในกีฬา

ไม่ว่าจะเป็น ว่ายน้ำ เทนนิส หรือขี่ม้า หวานหวานก็ผ่านมาหมดแล้ว โดยเฉพาะ ขี่ม้า ซึ่งเธอขี่มานานถึง 7 ปี และเธอบอกว่า “จักรยานให้ฟีลลิ่งคล้ายขี่ม้ามาก”

🚴‍♀️ “พอได้ลองปั่นจักรยานครั้งแรก ก็รู้เลยว่ามันใช่! มันเป็นกีฬาแบบที่หวานชอบ ได้ออกกำลังกาย ได้เดินทาง และที่สำคัญ ได้พบเจอผู้คนใหม่ ๆ ที่มีแพสชันเดียวกัน”นับจากวันนั้นจนวันนี้ เธออยู่กับจักรยานมานานกว่า 13 ปี และยังคงรักมันเหมือนวันแรก

🏔 เส้นทางในฝันของนักปั่น

📍 “เส้นทางที่ชอบที่สุด?”
Passo Dello Stelvio – อิตาลี เส้นทางขึ้นเขาที่สวยจนแทบหยุดหายใจ! หวานเล่าว่าเธอไปปั่นช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ทิวทัศน์เปลี่ยนจากป่าเขียวชอุ่ม กลายเป็นหิมะปกคลุมบนยอดเขา

“มันเป็นการค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปจนเห็นวิวที่แตกต่างจากจุดเริ่มต้น มันคือความท้าทายที่สวยงามมาก ๆ ค่ะ”

📍 “แล้วที่ไหนที่ยังอยากไป?”
💙 ภูเขาไฟฟูจิ – ญี่ปุ่น
💙 เกาะเจจู – เกาหลีใต้
💙 เส้นทางในฝรั่งเศส อยากสัมผัสบรรยากาศ Tour de France สักครั้ง!

✨ เริ่มปั่นจักรยานต้องทำยังไง? คำแนะนำจากมือโปร!

“ลองก่อน!” นี่คือคำแนะนำของเธอ

💡 “จักรยานเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความชอบ ถ้าชอบแล้วถึงจะสนุก”

🌟 วิธีเริ่มง่าย ๆ
✅ ลองปั่นไป คาเฟ่ใกล้บ้าน
✅ ไปเช่าจักรยานปั่นที่ Happy & Healthy Bike Lane (สุวรรณภูมิ)
✅ ยังไม่ต้องซื้อจักรยานแพง ลองให้มั่นใจก่อน

“อย่าพึ่งรีบลงทุนกับจักรยานแพง ๆ ถ้าเรายังไม่แน่ใจว่าชอบจริงไหมค่ะ”

📸 ฟิล์มหรือดิจิทัล? เมื่อหวานหวานตกหลุมรักกล้องฟิล์ม

ใครจะรู้ว่า นักปั่นจักรยานระดับนี้ จะเป็นคนที่คลั่งไคล้การถ่ายรูปฟิล์มสุด ๆ

“หวานโตมากับยุคฟิล์มเลยค่ะ ตอนเด็กชอบถ่ายรูปมาก โดยเฉพาะถ่ายสัตว์ ถ้าเปิดอัลบั้มเก่า ๆ มีแต่รูป ม้า เต็มไปหมด”

📷 ฟิล์มหรือดิจิทัล?
เธอตอบทันทีว่า “เลือกฟิล์มค่ะ!”

💙 “การถ่ายฟิล์มทำให้เราต้องคิดก่อนกดชัตเตอร์ มันเป็นโมเมนต์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ไม่มีแก้ไข ไม่มีย้อนกลับ ทุกช็อตมีค่า”

📸 การทำงานกับ I Shoot Film Magazine

“ดีใจที่ได้ร่วมงานกับ I Shoot Film Magazine ค่ะ”

ลุคของหวานในเซ็ตนี้คือ “Oversize Smart Working Woman” ที่สะท้อนตัวตนของเธอได้อย่างลงตัว

💼 “เป็นสไตล์ที่หวานชอบมากอยู่แล้ว พอได้รับบรีฟมาก็แบบ ‘โอ้ พี่ เยี่ยมเลยค่ะ ชอบมาก!’”

💌 ฝากถึงแฟน ๆ และแนวคิดการใช้ชีวิต

“หวานอยากให้ทุกคน รักตัวเองให้มาก โลกโซเชียลมีทั้งด้านดีและไม่ดี ถ้าเราไม่โฟกัสที่ตัวเองมากพอ บางครั้งเราจะไหลไปตามกระแสโดยไม่รู้ตัว และมันทำให้เหนื่อย”

“อยากให้ทุกคนหาสิ่งที่ตัวเองรัก โฟกัสกับมัน และทำมันให้ดีที่สุด“📍 ช่องทางการติดตาม
Instagram, Facebook, TikTok, YouTube : “sweetvarnvarn”
ธุรกิจ: คลินิกกายภาพ Restart24

THANK YOU

Categories
Interview

Interview : Noey

ชื่อ : กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล

ชื่อเล่น : เนย

IG : https://www.instagram.com/noeyyyy.kw/

ลุ้นระทึกทุกช็อต: เสน่ห์ของกล้องฟิล์มในมุมมองของ เนย กานต์ธีรา

เนย กานต์ธีรา นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กำลังตกหลุมรักเสน่ห์ของกล้องฟิล์ม เธอเริ่มถ่ายภาพฟิล์มจากแรงบันดาลใจใน MV เพลงที่ญี่ปุ่น รู้สึกประทับใจกับโทนภาพที่ได้ จึงเริ่มศึกษาและลองใช้กล้องฟิล์มด้วยตัวเอง

จุดเริ่มต้นของความหลงใหล

“ตอนแรกไม่ได้ถ่ายกล้องฟิล์มเลย จนได้ไปถ่าย MV ที่ญี่ปุ่น พี่ที่ถ่ายภาพเบื้องหลังใช้แอปกล้องฟิล์ม ตอนนั้นยังเป็นแอปในโทรศัพท์ ถ่ายแล้วรู้สึกว่าภาพสวย รู้สึกว่ามันเป็นภาพที่ไม่ต้องแต่ง ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่มันดูมีอะไรของมันอยู่แล้ว จากนั้นก็เลยเริ่มสนใจว่า อันนี้คือใช้แอปอะไร ก็เลยชอบโทนภาพฟิล์มมาตั้งแต่ตอนนั้น”

เสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับเนย สิ่งที่ดึงดูดเธอให้หลงใหลในกล้องฟิล์ม คือความลุ้นระทึก ไม่รู้ว่าภาพที่ออกมาจะเป็นอย่างไร “หนูเป็นคนไม่ได้รู้จักรายละเอียดของกล้องฟิล์มแต่ละตัว แต่ที่ชอบที่สุดคือ Feel ภาพค่ะที่มันออกมา เราจะลุ้นว่าเวลาเราถ่ายปุ๊บ เวลาภาพที่ออกมามันจะเป็นยังไง มันเป็นเสน่ห์อย่างนึงของกล้องฟิล์มสำหรับหนู ที่หนูจะต้องถ่ายเสร็จปุ๊บ แล้วมานั่งลุ้นว่าภาพที่ออกมาว่า ใช้ได้ ไม่ได้ นอกจากนั้นในบางครั้งภาพที่เรารู้สึกว่ามันไม่ได้เพอร์เฟกต์ แต่ว่ามันกลับดูมีอะไรของมันที่ทำให้หนูชอบ

กล้องตัวแรกและสไตล์การถ่ายภาพ

เนยเริ่มต้นถ่ายภาพฟิล์มด้วยกล้องที่แฟนคลับส่งให้ เธอชอบถ่ายวิวและดอกไม้

“พอหนูเริ่มแบบว่ามีการลงรูปแบบเป็นโทนแบบฟิล์มใช่มั้ยคะ ลงไปเงี้ย อะเหมือนเดิมแฟนคลับก็จะ เอ๊ย แสดงว่าน้องแบบชอบภาพโทนนี้ เค้าก็จะเริ่มส่งแบบเป็นกล้องฟิล์มที่ง่ายง่ายกว่าแบบใช้แล้วทิ้งมาให้หรือว่าที่หนูได้ก็เป็นตัวนี้เหมือนกันค่ะที่ได้มาอันนี้ก็คือหยิบออกมา แล้วก็ลองมาลองเล่นตอนแรก ไม่เป็นเลยแบบว่าไม่รู้ต้องทำไง เพราะปกติเป็นแบบให้คนอื่นถ่ายให้ เพราะเราชอบเราที่อยู่ในกล้องฟิล์ม เราจะไม่ค่อยได้เล่นถ่าย”

ความสนุกสนานและความท้าทาย

เนยรู้สึกสนุกกับการลุ้นภาพที่ออกมา ชอบสีและโทนภาพที่ไม่เหมือนใคร ชอบเสน่ห์ของกล้องฟิล์มที่หาไม่ได้จากกล้องดิจิตอล

“หนูสนุกจากการลุ้นของมันนี่แหละ ว่าออกมาจะเป็นมิติไหน จะเป็นโทนไหน หรือว่าเป็นภาพที่คนอื่นถ่ายเราก็แล้วแต่ เราก็จะลุ้นเช่นกัน มันเป็นเสน่ห์ที่มันหาไม่ได้จากกล้องดิจิตอลทั่วไป

หลาย ๆ รูปในไอจีของหนูก็จะเป็นโทนกล้องฟิล์มซะส่วนใหญ่ แบบหนูเป็นคนชอบแต่งภาพเวลาถ่ายด้วยกล้องดิจิทัลอะไรอย่างนี้ก็จะมีความแต่งภาพ แต่รู้สึกว่าเวลาถ่ายฟิล์มอะ มันมีเสน่ห์โดยที่เราสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องแต่งเลยก็ดูสวย

อย่างวันนี้ที่มาถ่าย หนูรู้สึกว่าอย่างบางภาพ พี่เขาก็ดูแสงเวอร์ไป แต่หนูมองว่า มันก็สวยแล้วนะ มันดูแบบอาร์ตของมันแล้วนะ

นี่คือความสนุกที่หนูได้ถ่าย ได้เป็นแบบก็ได้ลุ้นในความสนุกว่าภาพจะออกมาเป็นฟิลไหน หรือถ่ายเองก็ลุ้นว่าตัวเองถ่ายออกมาแล้วจะเป็นแสงแบบไหนค่ะ”

ตัวอย่างรูปที่ถ่ายด้วยกล้องของน้องเนย

Thank you

Dress : DISAYA https://www.instagram.com/disayaofficial/

Categories
Interview

Interview : Jennis

เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ
Jennis Oprasert

IG : o_o.jennis.x_x

ISF : เริ่มรู้จักกล้องฟิล์มนานหรือยังครับ

เจนนิษฐ์ : ถ้าเริ่มรู้จักน่าจะตั้งแต่มัธยมมั้งคะ เอาจริงๆไม่แน่ใจเพราะว่าอาจจะเคยได้ยินป๊าพูดมา เพราะว่าป๊าเป็นช่างภาพ แต่ว่าพอเข้าวงมา อาจจะมีคนถ่ายเบื้องหลังเรา หรือว่าเวลาไปออกงาน

ISF : ด้วยฟิลม์ ??

เจนนิษฐ์ : ก็มีคนใช้กล้องฟิล์ม แล้วก็เริ่มมีเมมเบอร์เริ่มใช้บ้าง อันนั้นน่ะ ถึงจะค่อย ๆ แบบ อ๋อ กล้องฟิล์มคืออย่างนี้

ISF : แล้วพอรู้จักแล้ว เราสนใจมันยังไงบ้างครับ

เจนนิษฐ์ : ได้ไปรู้จักแบบว่าพี่ช่างภาพที่สนิทกัน แล้วเขาใช้ฟิล์มถ่ายตลอด ก็เลยแบบรู้สึกว่า เอ้ย ไอจีของเขาอะ รูปที่มันออกมามันแตกต่าง เพราะว่าเขาจะลงแต่ฟิล์มล้วนเลย

แล้วเวลาถ่ายอะทั้งเราก็ลุ้น ทั้งเขาก็ลุ้นว่ามันจะออกมาสวยไหม เราก็ไม่รู้ฟิล์มจะรั่วหรือเปล่า แสงจะออกมาแบบเหมือนที่คิดไว้ไหม มันเป็นความลุ้นอย่างหนึ่ง

ตอนแรกก็จะนึกว่า กล้องฟิล์มมันก็มีแต่กล้องใหญ่ที่ต้องใส่ฟิล์มเองเหมือนปกติ จนกระทั่งมีคนส่งกล้องใช้แล้วทิ้งมาให้เหมือนช่วงนั้นน่าจะได้ไปญี่ปุ่นครั้งแรก ๆ เลย ก็มีคนส่งมาให้แล้ว ก็เลยพกล้องไปใช้ที่ญี่ปุ่นด้วย ก็เลยรู้จักว่า เฮ้ยมันก็สะดวกเหมือนกันนี่นา เพราะว่าหนูใส่ฟิล์มไม่เป็น

ตอนแรกก็นึกว่าไอ้กล้องใช้แล้วทิ้งไงก็คือเอาไปให้เขาล้างแล้วจะได้กล้องคืน อ๋อ ไม่นี่เราทิ้งไปเลยได้นี่นาใช่ใช่ ก็ค่อยๆเรียนรู้ไป

ตลกมากคือประสบการณ์ใช้กล้องฟิล์มใช้แล้วทิ้งครั้งแรกคือไม่รู้ว่า iso มันน้อยแค่ไหนต้องใช้แฟลชเท่าไร เราก็ถ่ายไปเลยถ่ายมั่วเปิดแฟลชบ้าง ไม่เปิดบ้างไม่รู้ ออกมามืด

ISF : มืดทั้งม้วน ??

เจนนิษฐ์ : มืดทั้งม้วนมืดเลย มืดแบบเห็นแค่แบบเป็นตัวเงา ๆ อะไรอย่างนี้ ก็เลยค่อย ๆ เรียนรู้ว่า อ๋อ มันต้องแสงเยอะมากพอสมควร แต่หนูว่ามันก็สนุกตรงนี้นะคะ แบบรูปมันคาดเดาไม่ได้ จะชัดบ้าง เบลอบ้าง ก็เท่ดี

ISF : เรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับการใส่ฟิล์มไม่เข้า มันคือยังไง

เจนนิษฐ์ : ก็คือใช้กล้องไม่เป็นด้วยครั้งแรก จําไม่ได้ของอะไร เราไม่รู้ว่าแบบ ถ้าใส่ฟิล์มไม่ติด มันจะออกมายังไง แล้วก็กดถ่าย มันไม่มีตัวเลขรันด้วยรุ่นนี้ มันไม่มีบอกว่าถ่ายได้หรือไม่ได้

ISF : ไปเท่าไรแล้ว ไม่รู้เลย

เจนนิษฐ์ : ใช่ ก็คือก็พยายามใส่ แล้วก็กดแล้วก็รู้สึกเหมือนว่า มันไม่เกิดอะไรขึ้นนะอะไรอย่างนี้ สุดท้ายก็น่าจะได้ทิ้งไปเลยฟิล์มนั้น เพราะว่าเพิ่งรู้ว่าเปิดปุ๊บ อ๊ะคือพังแล้ว

ISF : ไม่มีแขกรับเชิญคนไหนที่ใช้กล้องใช้แล้วทิ้งเลยนะ หมายความว่าอาจจะมีใช้บ้างประกอบ อันนี้คือใช้แล้วทิ้งอย่างเดียวเลย

เจนนิษฐ์ : คือถามว่ามีไหม มีแต่ว่าใช้ไม่เป็น เป็นพวกบ้าซื้อก่อน ซื้อสักพักนึงเริ่มรู้สึกว่า เอ๊ะใช้แล้วทิ้งดีกว่า ISF : ไม่ตอบโจทย์ไม่ไลฟ์สไตล์เรา

เจนนิษฐ์ : ใช่เพราะว่าพอเป็นกล้องใช้แล้วทิ้งก็ออกมาตลกบ้างอะไรอย่างงี้ ก็ไม่ซีเรียส เมื่อก่อนเราอาจจะรู้สึกว่ารูปมันต้องชัดอะถึงจะถูกต้อง แต่เดี๋ยวนี้ก็คือเบลอก็ลง เท่

ISF : กล้องใช้แล้วทิ้งของเราเนี่ยมันต้องแบบลักษณะไหน ยี่ห้อไหน ที่เราใช้แล้วรู้สึกชอบ

เจนนิษฐ์ : เคยใช้แค่ fuji กับของ kodak ค่ะ ก็คือรุ่นยอดฮิต แต่ว่าถามว่าถ้ามีคนซื้ออย่างอื่น หนูก็ใช้ หนูรู้สึกว่าไม่ได้ติดกับฟิล์มรุ่นนี้หรือว่ายี่ห้อนี้ ก็ให้มันเป็นไปตามสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น ไม่ติดอะไรรู้สึกว่าฟรี สนุกกว่า เพราะว่าไม่รู้เหมือนกันว่า ทําไมในความรู้สึกพอถ่ายฟิล์มแล้วรู้สึกว่าคอมโพสมันเท่ขึ้นเองโดยตัวของมันเอง

เจนนิษฐ์ : ฝากติดตาม i shoot film magazine ด้วยนะคะ

ตัวอย่างรูปที่ถ่ายด้วยกล้องของน้องเจนนิษฐ์

THANK YOU

Categories
Interview

Interview : MOBYe

ชื่อ : พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค (โมบาย)

อายุ 21ปี

FB : Mobile BNK48

IG : moby.e

Youtube : youtube.com/@mobye

MOBYe : สวัสดีค่า โมบายล์ค่า

ISF : วันนี้เป็นไงบ้างครับ มาถ่ายรูปกล้องฟิล์มในฐานะนางแบบเนอะ

MOBYe : ก็รู้สึกสนุกดีค่ะ เห็นภาพแล้วก็ตะลึงในความสวย คือหนูซื้อกล้องฟิล์มเพราะว่า 1 เลยคืออยาก  ถ่ายตัวเอง แล้วทีนี้หนูก็ให้คนอื่นถ่าย แต่คนอื่นถ่ายไม่สวยซักที แล้วหนูไม่เคยได้ภาพที่สวย ยังไงวันนี้ก็รอดูค่ะ

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + Kodak Portra 800 (Shoot Setting f16 Speed Shutter 1/125)

ISF : ทำไมถึงเริ่มต้นถ่ายรูปกล้องฟิล์ม

MOBYe : คือหนูเป็นคนชอบถ่ายรูปแบบทั่วไป อยู่แล้วค่ะ ถ้ามันเป็นกล้องดิจิตอลมันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เรื่องแสงเรื่องภาพ แบบนี้ค่ะ ก็เลยเลือกกล้องฟิล์ม

ISF : ก่อนที่จะใช้กล้องฟิล์มเคยใช้กล้องดิจิตอลมาก่อนมั้ยครับ

MOBYe : ไม่เคยค่ะ ไม่ได้ใช้แบบรู้หลักการเท่าไหร่ เคยใช้แต่กล้องโทรศัพท์ ดิจิตอลก็ทั่วไป ถ่ายเล่นๆแต่ว่าไม่ได้จริงจังมาก

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Sonnar 250mm F5.6 CF T* + Lomography 800
(Shoot Setting f16 Speed Shutter 1/125)

ISF : ชอบอะไรในความเป็นกล้องฟิล์มบ้าง

MOBYe : เหมือนเราชอบเวลาเราถ่ายมันยังไม่เห็นภาพ เราต้องเอาไปล้างก่อน

ISF : ได้ลุ้น ใช่มั้ย

MOBYe : มันได้ลุ้น เราชอบตรงนี้ อยากรู้ว่าเราจะถ่ายเป็นยังไง แล้วก็ชอบตรงมันปรับสีได้ ซึ่งหนูก็ไม่ได้เก่งมาก แต่หนูก็อยากลองปรับกล้องดู

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Sonnar 250mm F5.6 CF T* + Lomography 800 (Shoot Setting f16 Speed Shutter 1/125)

ISF : แล้วก็อย่างที่บอก ตอนแรกอยากได้รูปกล้องฟิล์มให้คนอื่นถ่าย ทีนี้ระหว่างเป็นแบบให้คนอื่นได้กับตัวเองถ่ายเอง หนูชอบแบบไหนมากกว่า

MOBYe : ความรู้สึก คือหนูส่วนมากไม่ได้ถ่ายกล้องฟิล์ม Portrait กับใคร ส่วนมากจะถ่าย วิว ถ่ายอะไรที่เป็น Street แล้วพออยากได้รูปสวยๆของเรา เราก็ให้คนอื่นถ่าย บางทีมันก็เอียงบ้าง ครึ่งตัวบน ครึ่งตัวล่างบ้าง

ISF : มีกล้องประจำตัวหรือกล้องที่ชอบ บ้างไหมครับ

MOBYe : ก็มีตัวนี้แหละค่ะ ตัวเดียว เพราะราคาค่อนข้างสูง ที่หนูซื้อมาเพราะว่าชอบภาพมันคมมากๆ สีมันสด ด้วยความที่มันเป็น Compact มัน Auto พอเวลาเห็นอะไรมันก็สามารถถ่ายได้เลย ปกติเราต้องมาตั้งค่า แต่อันนี้อัตโนมัติ

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + ilford HP5+400 (135 to 120) + DD-X [1:4] 10min (PUSH800)

ISF : แล้วเคยลองกล้องแบบ DSLR แบบเปลี่ยนเลนส์บ้างไหมครับ

MOBYe : เคยลองแค่ที่แบบเปลี่ยน ISO เพราะว่าหนูก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น เปลี่ยนแค่แบบสภาพอากาศเป็นยังไง สี แสง แดด อะไรอย่างงี้

ISF : เราชอบ Compact มากกว่า

MOBYe : ใช่ค่ะ ชอบ Compact มากกว่า

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + ilford HP5+400 + DD-X [1:4] 10min (PUSH800)

ISF : ลึกลงไปนิดนึง มีฟิล์มประเภทไหนที่ชอบ

MOBYe : ชอบวิสต้า สีมันค่อนข้างจัดๆ     

MOBYe : เอางี้ดีกว่า ชอบสีหรือโทนของภาพ มากกว่า ชอบโทนสีเข้มๆ คอนทราสจัดๆ ต้องมีเขียวๆบ้าง

ISF : แล้วพอเวลาถ่ายรูปตัวเองลงไอจี จะใช้กล้องฟิล์มหรือมือถือมาปรับให้มันเป็นฟิล์ม มากกว่ากัน

MOBYe : อ๋อ คือเวลาถ่ายฟิล์ม รูปเดี่ยวๆเลย ไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่ม ถ้าเป็นดิจิตอลจะไม่ได้เป็นแนวฟิล์ม

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Sonnar 250mm F5.6 CF T* + CineStill800T (Shoot Setting f16 Speed Shutter 1/125)

ISF : ที่เมื่อกี้ถามชอบถ่ายรูปประเภทไหน ที่ต้องเองเป็นคนถ่ายนะ

MOBYe :อย่างตอนนั้นไปสยามแล้วทำคลิป ก็ถ่ายความองศามันเท่าๆกัน อะไรงี้ ชอบถ่ายแนวๆนี้

ISF : ไม่ค่อยได้ถ่ายคน

MOBYe : ไม่ค่อยๆ ไม่ได้ถ่าย ส่วนมากถ่ายแนว street ทั่วไป

ISF : เออๆใช่ เห็นที่หนูลงคลิปเหมือนกันเนอะ ทำไมถึงได้ทำเกี่ยวกับกล้องฟิล์ม ตอนนั้น

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + ilford Delta Pro 400 + DD-X [1:4] 10.30min (PUSH800)
Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + Kodak Vison3 IMAX 5219/500T (PUSH800)
Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + Kodak Vison3 IMAX 5219/500T (PUSH800)

MOBYe : อ๋อ คือเราชอบดูรายการในยูทูป ที่เค้าทำกล้องฟิล์ม คือหนูเป็นที่ไปเที่ยนวคนเดียว บางทีไม่รู้จะทำอะไรหนูก็หยิบกล้องไปถ่ายก็รู้สึกสนุกดี ก็เลยชอบ คิดว่าอาจจะทำในอนาคต แบบว่าที่ลึกไปมากกว่านี้

ISF : อ๋ออ

MOBYe : อันนี้มันยังแนวๆ แบบว่าเป็นแนว Vlog มากกว่า อาจจะไปในสถานที่ๆยังไม่เคยไปแล้วหยิบกล้องไปด้วย

ISF : ถ่ายมานานรึยังครับ ประสบการณ์การถ่ายกล้องฟิล์ม

MOBYe : คือจริงๆก็ ไม่ได้ถ่าย แต่ก็เริ่มถ่ายมาประมาณ2-3ปี

ISF : แล้วใน 2-3 ปีที่ผ่านมามีประสบการณ์การถ่ายอะไรที่สนุกๆเกี่ยวกับการถ่ายกล้องฟิล์มบ้างมั้ย 

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + ilford Delta Pro 400 + DD-X [1:4] 10.30min (PUSH800)
Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + Kodak Portra 800 (Shoot Setting f16 Speed Shutter 1/125)

MOBYe :  ก็มีตอนที่ไปโมก้า หนูอยากไป แต่ชวนเพื่อนเพื่อนไม่ไป หนูก็เลยไปคนเดียวก็ได้ว่ะ ก็เลยไปแล้วเหงาจัง หนูก็เลยถือกล้องขึ้นมาถ่าย แล้วเขาพึ่งบอกว่าห้ามถ่าย  ด้วยความที่เราอยู่คนเดียวไม่รู้กฎ แบบนี้ก็เลยถ่าย มันก็เลยมีแฟรชขึ้นมา เขาก็เดินมาบอก น้องเขาไม่ให้เปิดแฟรช อ๋อค่ะ ขอโทษ ค่ะ

ISF : อืออ

MOBYe : ก็รู้สึกสนุกดี เหมือนได้ภาพเก็บความทรงจำ เหมือนเราได้เก็บความรู้สึกตอนนั้นไว้

MOBYe : ก็ฝาก ไอชูดฟิล์มแม็กกาซีน ด้วยนะคะที่จะมีภาพสวยๆ แล้วก็มีสัมพาษณ์อยู่ในนั้น ยังไงก็อย่าลืมไปติดตามกันได้นะคะ แล้วก็อย่าลืมติดตามช่องทางของหนูด้วยนะคะโมบายนะคะ ตอนนี้อยู่ค่ายเลิฟอีสแล้วนะค้า ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ

Hasselblad 503CW + Carl Zeiss Planar 120mm Makro F4 CF T* + Kodak Vison3 IMAX 5219/500T (PUSH800)

ตัวอย่างรูปที่ถ่ายด้วยกล้องของน้องโมบายล์

Categories
Interview

Interview : นิ้ง Chanya Mcclory

ชื่อ : ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ (Chanya Mcclory)

ชื่อเล่น นิ้ง

IG : https://instagram.com/chanyamcclory

IG ภาพฟิล์ม : https://instagram.com/chanyabroccoli

Hashtag ภาพฟิล์ม : #throughchanyalens

ISF : เริ่มถ่ายฟิล์มมาตั้งแต่เมื่อไหร่

น้องนิ้ง : ตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย มีรุ่นพี่ที่ไปถ่ายรูปด้วยกันให้กล้องฟิล์มมา เป็นกล้อง YASHICA และฟิล์มตัวแรกที่ได้ลองใช้ก็เป็น ฟิล์มบูด ซึ่งสีสวยมาก ก็เลยชอบตลอดมา แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ฟิล์มบูด ไม่ได้มีสีสวยเหมือนกันทุกม้วน

ISF : ทำไมถึงชื่นชอบการถ่ายรูปกล้องฟิล์ม

น้องนิ้ง : ชอบตรงที่ได้ลุ้น ว่าภาพที่ถ่ายจะออกมาเป็นยังไง มันคือ ความสนุก ยิ่งใช้กล้องฟิล์มที่เป็น compact ที่มัน auto และได้ถ่ายบรรยากาศงานปาร์ตี้ ภาพของคนที่ถูกถ่าย จะออกมาเป็นธรรมชาติมากๆ เพราะทุกคนจะไม่มานั่งแอ๊คท่า มันมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนกล้องดิจิตอล ที่เราจะชินกับการกดรัวๆ แต่กล้องฟิล์มเราต้องคาดการณ์ ต้องจับจังหวะ ยิ่งตอนนี้ฟิล์มแพง พอจะกดชัตเตอร์ต้องคิดแล้วคิดอีก 555

ISF : กล้องประจำตัวและฟิล์มที่เลือกใช้บ่อยๆ

น้องนิ้ง : กล้อง CONTAX T3 เพราะชอบ body โดยเฉพาะ body สีดำ ชอบการ design product มันจะเหลี่ยมๆ ดู minimal และใช้งานง่าย ฟิล์ม Kodak Portra 400 ชอบสี ชอบ mood และ tone ของฟิล์ม ยิ่งเป็นฟิล์ม 400 ก็จะใช้งานง่าย เหมาะกับทุกสภาพแสง ยิงแฟลชออกมาด้วยก็ยังสวย

ISF : ชอบถ่ายรูปประเภทไหน

น้องนิ้ง : ชอบถ่าย Portrait ยิ่งเวลาได้ถ่ายคนๆนึง แล้วคนๆนั้น ชอบรูปที่ถ่ายให้ ก็จะดีใจมาก เคยถ่ายให้รุ่นพี่คนนึง ทุกวันนี้ยังใช้รูปที่ถ่ายให้เป็น profile อยู่เลย สิ่งที่ชอบมากอีกอย่างเวลาถ่าย Portrait ก็คือ การที่เสน่ห์ของฟิล์ม บวกกับคนที่มี character แต่จริงๆแล้วก็ชอบถ่ายอย่างอื่นด้วยนะ พวก Landscape ก็ชอบ เพราะการถ่ายรูปกล้องฟิล์ม มันคือการบันทึกช่วงเวลา ณ ขณะนั้นเอาไว้จริงๆ เพราะฟิล์มมีแค่ 36 รูป เราจะอยากหยิบรูปกลับมาดูอีก ในช่วงเวลาที่สำคัญนั้นๆ ไม่เหมือนดิจิตอล ที่พอมีเยอะๆ ก็ไม่อยากเปิดดูแล้ว บางครั้งเรามีฟิล์มที่ถ่ายไว้นานแล้ว จนลืมไม่ได้ล้าง แล้ววันนึงเราเอาไปล้าง พอได้เห็นรูป เราก็จะหวนนึกถึง ณ ขณะเวลาที่ได้กดชัตเตอร์ มันจึงเป็นมากกว่าการถ่ายรูปง่ายๆ ด้วยโทรศัพท์มือถือ

ISF : ประสบการณ์สนุกๆจากการถ่ายฟิล์ม

น้องนิ้ง : ตั้งใจจะไปถ่ายรูปรับปริญญาให้พี่ชาย ด้วยกล้องฟิล์ม แล้วจะเอาฟิล์มม้วนนี้ให้ มอบเป็นของขวัญรับปริญญา ไม่ว่าพี่ชายจะเดินไปไหน ก็จะตามถ่ายไปทุกที่ และคิดว่าจะต้องได้ภาพที่ดีมากๆ แต่พอเอาฟิล์มไปล้างแล้ว ไม่มีภาพออกมาเลย เพราะใส่ฟิล์มไม่เข้า สุดท้ายก็เลยให้ฟิล์มเปล่าๆนั้นไปแทน 555

ตัวอย่างรูปที่ถ่ายด้วยกล้องของน้องนิ้ง

Thank You

Facebook : KHAO NIAO ข้าวเหนียว

IG : khaoniao.bkk

Tel: 06-1410-8888

Categories
Interview

Interview : WJ Meam

ชื่อ : นางสาว วิชญาพร จิรเวชสุนทรกุล

ชื่อเล่น : มีน

IG : wjmean

YouTube

IG เกี่ยวกับรูปถ่ายด้วยฟิล์มของน้อง เพื่อให้ผู้อ่านได้ไปติดตามผลงาน #meanmories

ISF : เริ่มถ่ายฟิล์มมาตั้งแต่เมื่อไหร่

Mean : ปี 2018 เริ่มจากชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น นางเอกใช้ให้พระเอกไปซื้อกล้องฟิล์มใช้แล้วทิ้ง จากซุปเปอร์มาร์เก็ต แล้วพอได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เลยไปลองซื้อมาใช้บ้าง กล้องฟิล์มใช้แล้วทิ้ง จึงเป็นกล้องฟิล์มตัวแรกในชีวิตของมีน

ISF : ทำไมถึงชื่นชอบการถ่ายรูปกล้องฟิล์ม

Mean : ชอบ Process ทั้งหมดของการถ่ายรูปกล้องฟิล์ม ตั้งแต่ focus ถ่าย รอเอาไปล้าง จนได้เห็นรูป มันสนุกทั้งหมด มีนชอบมากที่เราไม่รู้ว่ารูปที่ถ่ายไปมันจะพังมั้ย จะได้รูปมั้ย โดยฝึกจากการเรียนในมหาวิทยาลัย และการถ่ายรูปให้พี่สาว

ISF : กล้องประจำตัว และฟิล์มที่เลือกใช้บ่อยๆ

Mean : กล้อง Leica Minilux กล้องใช้แล้วทิ้ง ของ Fuji มีนชอบความที่มันไม่ชัด เบลอๆ ได้ภาพอีก mood นึง ดิบๆดี ใช้ถ่ายเวลาที่ไม่ต้องเป็นทางการมาก ใช้ได้ทุกโอกาส สนุก ฟิล์ม Kodak Portra 400 และ Fuji Superia X-tra 400

ISF : ชอบถ่ายรูปประเภทไหน

Mean : ชอบถ่ายรูปวิว รูปตึก ถ้าเป็นรูปคน ก็จะเป็นแนว street ถ่ายคนกับ Space กว้างๆ ซึ่งเข้ากับกล้องประจำตัว ที่เป็นเลนส์มุมกว้าง

ISF : ประสบการณ์สนุกๆจากการถ่ายฟิล์ม

Mean : มีนเอากล้องไปถ่ายรูปที่ ฮอกไกโด ซึ่งหนาวมาก เลยกลัวว่ากล้องจะ error มีนเลยซื้อถุงอุ่น ซึ่งจะมีกาวไว้แปะตามเสื้อผ้า แต่เอามาแปะที่กล้องแทน ทำให้ทุกวันนี้กล้องยังมีรอยกาวติดอยู่เลย จากที่ต้องการให้ความอบอุ่น(น้อง)กล้อง กลายมาเป็นสร้างบาดแผลให้แทน 555

ตัวอย่างรูปที่ถ่ายด้วยกล้องของน้องมีน

รูปจากกล้องตัวแรก FujiFilm Simple Ace
รูปสไตล์ที่ชอบถ่ายจาก Leica Minilux